น้ำลายมนุษย์ กุญแจแก้ปัญหามะเร็ง

26 0

(นพ.ไตรรักษ์) มะเร็ง
ถ้ามันไม่มีอุบายมันก็ถูกฆ่า (บรรยาย) การวิจัยชิ้นสำคัญ เพื่อช่วยชีวิตคนจากโรคมะเร็ง คุณหมอคนไทยที่กำลังคิดค้นยา ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในการรักษามะเร็ง ในขณะเดียวกัน
ก็จะทำให้ยาถูกลงไปอีก ได้เป็นสิบเท่า (นพ.ไตรรักษ์)
ถ้าถามว่า
แล้วเราจะสู้ต่อกรกับมะเร็งได้อย่างไร ก็มีวิธีเดียว ที่จะต่อกรกับความหลากหลายของมะเร็งได้ ก็คือระบบภูมิต้านทาน (บรรยาย) คุณหมอญี่ปุ่นที่ใช้ประโยชน์จากน้ำลาย ทำให้มนุษย์
ตรวจพบความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งได้ง่าย สะดวก แล้วประหยัดยิ่งขึ้นไปอีก ไปพบคุณหมอทั้งสองท่านกันค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ปกติแล้วดูให้รู้ จะถ่ายทำเกี่ยวกับ
เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเป็นหลัก
แต่วันนี้เราจะไม่นำเสนอเรื่องนี้
เฉพาะจากญี่ปุ่นเท่านั้น เพราะเราทราบมาว่าเทคโนโลยีด้านการแพทย์ เกี่ยวกับการตรวจรักษามะเร็งในประเทศไทย ก็กำลังมีความก้าวหน้าที่น่าตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ฟูจิเซ็นเซจึงอยากนำเสนอ ความสามารถของแพทย์ไทยกันบ้างค่ะ
ตามไปที่โรงพยาบาลจุฬาฯ ด้วยกันนะคะ (ฟูจิ) ตอนนี้เราอยู่ที่ประเทศไทย มาที่โรงพยาบาลจุฬาฯ มาดูเกี่ยวกับการวิจัยมะเร็ง เรานัดกับคุณหมอไตรรักษ์เอาไว้แล้ว อยู่ด้านในครับ
คนนิจิวะ สวัสดีครับ
(นพ.ไตรรักษ์) สวัสดีครับ
(ฟูจิ) คุณหมอไตร (นพ.ไตรรักษ์) สวัสดีครับ
(ฟูจิ) ดีใจครับ
(นพ.ไตรรักษ์) ยินดีที่ได้เจอ มือนี้ใช่ไหมครับ
ที่วิจัยเรื่องเกี่ยวกับมะเร็ง ก็ช่วยกันทั้งทีมครับ
ผม เป็นทีมนักวิจัย มะเร็งที่วิจัยมีประโยชน์ต่อคนไทยอย่างไรครับ
เป็นการพัฒนายารูปแบบใหม่ ที่ต่างประเทศเอามาใช้กันเยอะแล้ว ประเทศไทยก็เริ่มมีนำเข้ามาใช้ ก็คือเป็นยาที่ทำให้การรักษามะเร็ง โดยไปทำให้ภูมิต้านทานผู้ป่วย
กลับมาฆ่ามะเร็งเอง ที่ต่างประเทศเขาได้รับการรับรอง มีการใช้ในคนไข้แล้ว ช่วงนั้นแรก ๆ ยังไม่ได้เข้ามาเมืองไทย เรามีการพัฒนาศูนย์วิจัยยาแอนติบอดีขึ้นมา
ในคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และเราก็เลยคิดว่าอยากหาตัวยาที่มันน่าจะต้องทำ ก็ตัวนี้แหละเป็นตัวที่เราเห็นแล้วว่า เป็นตัวที่เรียกว่าทั้งราคาแพงและก็ได้ผลดี (บรรยาย) คุณหมอและทีมวิจัยทำการวิจัยยา ที่จะสามารถใช้รักษามะเร็งได้ผลดี มาตั้งแต่ปี 2016 จนวันนี้มีความก้าวหน้า คือ คิดค้นตัวยาบางตัวได้แล้ว และอยู่ในขั้นตอนที่จะทำอย่างไร
ให้ผลิตยาได้จำนวนมาก ซึ่งเมื่อผลิตเองได้ในประเทศไทย ราคาจากเข็มละ 200,000 บาท ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ก็จะถูกลงได้ น่าชื่นชมในความพยายามของคุณหมอ
และก็คณะมาก ๆ เลยนะคะ แล้วตัวยาที่คุณหมอกำลังวิจัยอยู่นี้ แตกต่างจากยาอื่น ๆ อย่างไรบ้างคะ (นพ.ไตรรักษ์)
การทำงานของยากลุ่มนี้คืออย่างนี้ครับ
ปกติเม็ดเลือดขาวพยายามไปฆ่ามะเร็งอยู่แล้ว มะเร็ง
ถ้ามันเก่ง มันพยายามจะหลีกเลี่ยงการฆ่าเม็ดเลือดขาว มันมีกลไกหนึ่ง มะเร็งมันมีการแสดงออกโปรตีนอยู่ตัวหนึ่ง ที่ไปบอกว่าตัวมันเองไม่ได้เป็นมะเร็ง มันหลอกเม็ดเลือดขาวว่ามันเป็นเซลล์ปกติ พอรู้ว่าตรงนี้เกิดขึ้นได้ด้วยกลไกอะไร ก็เลยสามารถจะไปสร้างยาที่ไปแก้ไขตรงนั้น ทำให้เม็ดเลือดขาวที่มันจ่อจะฆ่า มันก็ฆ่ามะเร็งเลย การพัฒนายาตัวนี้ มันไม่เหมือนยาที่เรารับประทานอยู่ที่เป็นยาเคมี ยากลุ่มนี้เป็นยาที่ต้องสร้างมาจากเซลล์สิ่งมีชีวิต นักวิจัยก็จะต้องเป็นนักวิจัยที่รู้เรื่อง
เกี่ยวกับการเลี้ยงเซลล์ เกี่ยวกับภูมิต้านทาน การเซตตัวองค์ความรู้ การเซตแล็บพวกนี้ ก็ต้องเซตขึ้นมาใหม่ สามปีที่ผ่านมาเราได้รับทุนสนับสนุน
จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็มีการร่วมมือกับทางต่างประเทศ เพื่อเอาเทคโนโลยีตรงนั้นเข้ามา ใช้เวลาอีกประมาณสักน่าจะสามถึงสี่ปี ก็น่าจะเริ่มได้มาเป็นตัวยา

[เสียงหัวเราะ]

(บรรยาย) ความจริงแล้ว คุณหมอทำวิจัยเกี่ยวกับตัวยาตัวนี้ ต่อเนื่องมาจากงานวิจัยที่ได้รับรางวัลโนเบลค่ะ
พอคุณหมอเห็นว่างานวิจัยนั้น สามารถนำมาต่อยอดได้ ก็เลยตัดสินใจที่จะลงมือจริงจังในเมืองไทยค่ะ
คือ วิธีการข้อมูลตรงนี้ เรียกว่าเป็นที่ฮือฮามาก ๆ เพราะคนที่คิดยาตัวนี้ได้รางวัลโนเบล มี 2 ท่าน เป็นชาวอเมริกันหนึ่งท่านชื่อ เจมส์ พี. แอลลิสัน แล้วก็ชาวญี่ปุ่นชื่อ ทาซูกุ ฮนโจ เป็นคนค้นพบว่าจะทำอย่างไร
ให้ภูมิต้านทานคนไข้กลับมาดีขึ้น แล้วก็นำมารักษามะเร็งได้

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ตอนนี้เราอยากจะรู้แล้วค่ะ
ว่า ยาตัวนี้ทำปฏิกิริยาอย่างไรกับเซลล์มะเร็ง ถึงได้ใช้รักษามะเร็งได้ผลดีค่ะ
(ฟูจิ) อันนี้คืออะไรครับ
(นพ.ไตรรักษ์) อันนี้คือแบบจำลอง ให้เห็นว่ายาทำงานอย่างไร อันนี้เป็นเม็ดเลือดขาว… ส่วนเหลือง ๆ นี้เป็นเซลล์มะเร็ง ปกติเม็ดเลือดขาวจะมาพยายามฆ่าเซลล์มะเร็ง คราวนี้
ถ้ามะเร็งมีการปรับตัวพยายามจะหลบเลี่ยง มันจะสร้างโปรตีนอยู่บนผิวของมันชื่อ PD-L1 ซึ่งเม็ดเลือดขาวก็มีอีกโปรตีนอีกตัวหนึ่ง ที่เข้าคู่กับ PD-L1 ชื่อว่า PD-1
ถ้ามันจับกันได้ปุ๊บ มันจะส่งสัญญาณมาบอก
ให้เม็ดเลือดขาวหยุดทำงาน ใช่ (ฟูจิ) ไม่ต้องจัดการฉันนะ อันนี้เป็นกลไกที่มะเร็งไปหลอกเม็ดเลือดขาว หรือไปกดมัน
ไม่ให้เม็ดเลือดขาวทำงานฆ่ามันไม่ได้ คราวนี้เราจะแก้ตรงนี้ วิธีการก็คือว่าต้องผลิตยา ยาก็จะมี 2 รูปแบบ ยาสีแดงหรือยาสีเหลือง ที่จะมาแย่งสองตัวนี้จับกัน เช่น สีแดงไปจับตัว PD-1 ได้ดีกว่า ที่จะไปจับตัว PD-L1 มันก็จะแยกคู่กัน พอมันแยกคู่ออกจากกัน อันนี้ก็จะไม่ถูกกดแล้ว ตอนนี้ก็มียาที่แพง ๆ คือ ยาที่มันมาแยกคู่การจับตรงนี้ (ฟูจิ) แล้วตรงนี้หมายถึงอะไรครับ
(นพ.ไตรรักษ์)
ตรงนี้เป็นโปรตีนของเม็ดเลือดขาว เป็นตัวที่จะมาจับกับตัวมะเร็ง (ฟูจิ) ก็คือตัวที่จะทำร้ายมะเร็ง (นพ.ไตรรักษ์) ใช่ ๆ ตัวนี้เป็นตัวจับและก็ฆ่ามะเร็ง

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ซึ่งกระบวนการรักษาทุกอย่าง ล้วนมีค่าใช้จ่ายสูง

แต่…

ถ้าทางทีมวิจัยของคุณหมอ ผลิตยาภายในประเทศเองได้ ก็คงจะสามารถ
ลดค่ารักษาพยาบาลลงได้เป็นสิบเท่าค่ะ
ตอนนี้คุณหมอจะพาเราไปชมห้องวิจัยกันค่ะ

[เสียงดนตรี]

นี่คือห้องอะไรครับ
ห้องนี้เป็นปลอดเชื้อครับ
ที่เอาไว้เลี้ยงเซลล์เพื่อสร้างยา คือยา มันไม่ใช่เป็นยาแบบเป็นเคมี ยาตัวนี้สร้างมาจากเซลล์สิ่งมีชีวิต แล้วก็เอาเซลล์นี้มาเลี้ยงในห้องนี้ เพื่อให้มันปล่อยสร้างยาออกมา

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย)
นอกจากนี้ทางคุณหมอ ก็กำลังทำงานร่วมกับทางญี่ปุ่น เพื่อผลิตยาที่ทำให้เม็ดเลือดขาวแข็งแรง พร้อมที่จะปกป้องร่างกาย ของผู้ป่วยมะเร็งมากขึ้นด้วยนะคะ (ฟูจิ) การรักษาแบบนี้ จะมีประสิทธิภาพ
ที่แตกต่างจากการรักษาอื่นอย่างไรครับ
การรักษามะเร็งหลายรูปแบบ ทั้งเคมีบำบัด ฉายแสง แล้วก็การรักษาด้วยวิธีภูมิต้านทาน มันไม่ได้มีอะไรที่จะมาแทนกัน มันต้องเอามาอาจจะต้องมาใช้ร่วมกัน เช่น ผู้ป่วยบางท่านอาจจะได้รับยาเคมีบำบัดแล้ว อาจจะได้มาสูตรหนึ่งแล้ว สูตรที่สองอาจจะเริ่มไม่ได้ผลแล้ว จะต้องเอาภูมิคุ้มกันบำบัดมาช่วยเป็นตัวเลือกต่อไป หรือว่าอาจจะมาให้ร่วมกันตั้งแต่ต้น
เพราะฉะนั้นตอนนี้เรียกว่า… วิธีใหม่ทำให้เรามีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้การรักษามีโอกาสสำเร็จมากขึ้น (บรรยาย) มีอีกคำถามที่เราสงสัยนะคะ
ถ้าหากว่าตอนนี้เราไม่ได้เป็นมะเร็ง
แต่เราอยากจะสร้างภูมิต้านทาน เพื่อจะได้ไม่ต้องเป็นมะเร็ง สามารถทำได้หรือไม่คะ จริง ๆ เป็นแนวคิดที่ดีมาก ก็คือว่า
ถ้าภูมิต้านทานเราแข็งแรง เราก็จะลดการเกิดไม่ใช่แค่มะเร็ง ยังลดการติดเชื้อต่าง ๆ ด้วย
แต่ว่าวิธีการที่เอามาฉีดต่าง ๆ
ยังไม่ได้มีใครพิสูจน์ ตอนนี้ก็ต้องใช้วิธีธรรมชาติ เช่น การออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ คือ มะเร็ง
ถ้ามันไม่มีอุบายมันก็ถูกฆ่า จริง ๆ มันไม่ใช่อุบาย มันเป็นการกลายพันธุ์
ถ้ามันไม่กลายพันธุ์ มันก็จะถูกฆ่า มันก็จะกลายพันธุ์หลบไปเรื่อย ๆ เป็นการกลายพันธุ์เพื่อที่จะให้มันอยู่รอด ที่มะเร็งมันหลอกเม็ดเลือดขาว มันมีวิธีหลอกไม่ใช่แค่หนึ่งวิธี มันมีวิธีหลอกหลายวิธี ตอนนี้ต่างประเทศก็พัฒนายาหลายตัวเลย ไม่ใช่แค่ตัวนี้ตัวเดียว ซึ่งกลอุบายของมะเร็งมีหลากหลายมาก เพราะว่ามันต้องอยู่รอด มะเร็งมันต้องอยู่รอด
เพราะฉะนั้นแนวทางในอนาคต ก็ต้องหาให้ได้ว่ากลไกไหน อุบายไหนที่มะเร็งใช้ เราก็ต้องสร้างยาให้มันมาจัดการกับพวกนั้น (บรรยาย)
และสุดท้าย คุณหมอไตรรักษ์ก็มีเรื่องที่อยากฝากพวกเรา เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วม ในการสนับสนุนงานวิจัยชิ้นนี้ของคุณหมอ เพื่ออนาคตของการรักษามะเร็งที่มีประสิทธิภาพ และราคาถูกลงค่ะ
คนดูคุณผู้ชมได้ดู
มีอะไรให้พวกผมช่วยไหมครับ
ในแง่ของด้านทางทุนวิจัย จริง ๆ แล้วก็
ถ้ามีการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้งานวิจัยมันคล่องตัว เดินไปได้รวดเร็วมากขึ้น เรามีช่องทางของทางกองทุนภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็ง – ก็คือโอนให้
– ของจุฬาฯ ใช่ครับ
เงินตรงนี้ที่ได้เข้ามา เพื่อจะนำไปพัฒนายา แล้วก็เอามาจ้างนักวิจัย
นักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพ ให้มาช่วยอยู่ในทีมของเรา มีการไปรับที่ปรึกษา ที่เป็นนักวิจัยเก่ง ๆ ที่อยู่ต่างประเทศ ให้มาเป็นที่ปรึกษาให้เราด้วย มันจะทำให้องค์ความรู้ ที่มีมาจากหลายภาคส่วนนอกประเทศด้วย เข้ามาหาเราเร็วมากขึ้น
ถ้ามีแรงสนับสนุนตรงนี้ ก็จะดีกับทางโครงการมากครับ
(บรรยาย) เราขอเป็นกำลังใจ
ให้คุณหมอและทีมวิจัยทุกท่านนะคะ และขณะเดียวกันก็ขอฝากความหวังไว้ด้วยค่ะ
จากประเทศไทย ฟูจิเซ็นเซเดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น เพราะว่ามีงานวิจัยใหม่
เกี่ยวกับมะเร็งเกิดขึ้นอีกแล้วค่ะ

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) สวัสดีครับ
ตอนนี้ผมมาอยู่ที่จังหวัดยามางาตะ
อำเภอสึรูโอกะนะครับ
ทำไมถึงมาที่นี่ เพราะว่ามันมีเรื่องสำคัญมาก ก็คือเกี่ยวกับเรื่องมะเร็งนั่นเอง
ถ้าตรวจมะเร็งจากเลือด จะมีโอกาสรู้ได้แค่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง
แต่ท่านมีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถตรวจได้เร็ว แล้วเป็นอย่างไร เราไปดูให้รู้กันดีกว่า เป็นประโยชน์มาก ๆ เลยครับ
ไปกันเลย (ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ในขณะที่คุณหมอไตรรักษ์
ทำงานเกี่ยวกับด้านการรักษาคนไข้ ให้หายจากมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น งานวิจัยชิ้นที่เรากำลังจะพาคุณผู้ชมมารู้จักนี้ ก็เป็นเหมือนการระวังป้องกันและทำให้รู้ตัวได้เร็ว เพื่อให้การรักษาง่ายขึ้นค่ะ
โดยหัวใจของเรื่องนี้ คือน้ำลายของเรานี่เอง (ภาษาญี่ปุ่น) ตอนนี้นะครับ
ผมอยู่กับรองประธาน ท่านกำลังจะอธิบายวิธีการตรวจโดยใช้น้ำลาย (ภาษาญี่ปุ่น) แล้วการตรวจที่ใช้น้ำลาย ใช้แค่นี้เองครับ
สองหยดเท่านั้น นี่ครับ
นี่คือวิธีการตรวจ อันนี้คืออะไร คือน้ำแข็ง ไว้ข้างในนี้ น้ำลายทำไมถึงไว้ในน้ำแข็ง เพราะว่าไม่ให้น้ำลายเกิดการเสียหรือเน่า เอามาใส่ไว้ในนี้ แล้วใช้หลอดธรรมดาปล่อยน้ำลายลงไป บ้วนน้ำลายลงไปแล้วก็ปิดฝา แล้วก็ไปเข้าห้องแล็บเลย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ง่ายขนาดนั้นเลยหรือคะ แค่เก็บตัวอย่างน้ำลายของเราไปเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ตรวจเบื้องต้นได้แล้วว่า เรามีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งหรือไม่ แล้วการตรวจวิธีนี้ใช้ได้ผลดี
กับมะเร็งที่อวัยวะใดบ้างคะ (ภาษาญี่ปุ่น) อันนี้สามารถตรวจมะเร็งได้ 5 ชนิดเลย คือ มะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งที่ในปาก ที่สำคัญที่สุดท่านเน้นเลย ก็คือมะเร็งตับอ่อน ส่วนใหญ่ตรวจไม่เจอ ตรวจยากมาก

แต่…

ถ้าตรวจจากการใช้น้ำลาย
จะมีโอกาสรู้ได้เร็วกว่าคนอื่น และสามารถรู้มากกว่าการตรวจเลือด หรือการตรวจอุจจาระ ประมาณสิบเท่า

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ข้อดีมากอีกอย่าง
ของการตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธีนี้คือ สามารถเก็บตัวอย่างน้ำลายจากที่บ้านได้ด้วยค่ะ
(ฟูจิ) เมื่อสักครู่นี้ตรวจที่โรงพยาบาล อยู่ที่บ้านจะตรวจอย่างไร ก็คือจะมีตัวทำความเย็น ไม่ให้น้ำลายอยู่ในอุณหภูมิห้อง ให้มันมีความเย็น ก็คือใส่น้ำลายไว้ตรงนี้ แล้วก็มาวางไว้ตรงนี้ เปิดฝาแล้วก็ปล่อยน้ำลายลงไปตรงนี้ เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ปิดฝา ใส่ไว้ตรงนี้ แล้วก็ส่งไปที่โรงพยาบาลได้เลยครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย )
แต่ว่ามีข้อกำหนดนะคะว่า จะต้องอดอาหารก่อนการเก็บตัวอย่างน้ำลาย เป็นเวลา 8 ชั่วโมง แล้วพอน้ำลายมาถึงห้องตรวจแล้ว จะทำการตรวจอย่างไรบ้างคะ (ฟูจิ) ในกล่องสีชมพูนี้คือกล่องอะไร คือน้ำลายที่เราใส่มาครับ
มันจะมาด้วยความเย็นแล้วก็แข็งตัวอยู่ ก็จะมาที่เครื่องนี้ครับ
วางตรงนี้ครับ
มันก็จะสั่น เป็นตัวละลาย เสร็จแล้วเอากลับมาที่นี่ เอาตัวนี้มาผสมกับตัวนี้ (ภาษาญี่ปุ่น) อย่างเช่น เอาตัวนี้ 10% ตัวนี้ 30%
มาผสมกันลงในหลอดสีชมพูนี้ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) มาดูนี่ครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) ก็คือเมื่อหยิบมาในตรงนี้ แล้วก็เอามาใส่ในนี้ เพื่อที่จะหมุนแยกสารที่ต้องการ ส่วนที่ไม่ต้องการมันจะตกตะกอน พอหมุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใช้หลอดหยิบสารจากข้างบนเอาไปตรวจอีกที่หนึ่ง มะเร็ง
แต่ละชนิดจะมีความหนัก ความเบาต่างกัน มันจะมีสาร
ที่ญี่ปุ่นเขาเรียกว่า Dalton (ดัลตัน) อยู่ในนี้ แล้วดูว่าคุณเป็นมะเร็งชนิดไหน
ถ้าเป็นมะเร็งชนิดนี้มีความหนักเท่านี้ เป็นมะเร็งชนิดนี้มีความเบาเท่านี้ มีความหนัก เบาไม่เท่ากัน

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) เมื่อผ่านกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ผลของการตรวจก็จะปรากฎบนหน้าจอนี้ค่ะ
ซึ่งผู้อ่านผลก็จะเห็นได้ชัดเจนมาก ๆ ว่าน้ำลายของใคร
มีความเสี่ยงจะเป็นมะเร็งบ้างค่ะ
นี่ก็คือตัวอย่างงานผลวิจัย ทางด้านซ้ายก็คือมะเร็งปอด มะเร็งตับอ่อน แล้วก็มะเร็งลำไส้ใหญ่ อันนี้คือมะเร็งเต้านม และก็มะเร็งปาก นี่ก็คือผลวิจัยที่ออกมา เห็นไหมครับ
มันจะมีรอยถี่ ๆ ต่าง ๆ กันหมายถึงอะไร หมายถึงว่าความคลาดเคลื่อนมี สมมติว่าคน ๆ นี้มีการตรวจ สำหรับคนที่เป็นมะเร็งปอด จะมีรูปร่างสีชมพูเป็นแบบนี้ นาย A มาตรวจดูว่าเป็นอย่างไร สีเขียว
ถ้าเป็นมะเร็งที่ปอด
จะมีรูปร่างคล้ายกันกับสีชมพู
แต่คนนี้เป็นรูปร่างไม่เหมือนแสดงว่าไม่เป็นมะเร็ง มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเป็นรูปร่างแบบนี้
แต่คนนี้ไม่เหมือนเลยแสดงว่าไม่เป็น นี่ก็ไม่เป็น ไม่มีส่วนเหมือนเลย
ดังนั้น รอดหมดเลย อันนี้เป็นภาพของคนที่มีโอกาสเป็นมะเร็ง ดูอย่างไรครับ

ถ้าคนที่เป็นมะเร็งจะมีรูปร่างคล้ายสีชมพูมาก เห็นวงกลมตรงกลางไหมครับ
วงกลมตรงกลาง ๆ คนที่ไม่เป็นมะเร็งจะอยู่ในกรอบวงกลมตรงกลาง
แต่โอกาสที่จะเป็นมะเร็ง
คือออกนอกวงกลมตรงกลาง มีออกนอกวงกลมหลายอันเลย
เพราะฉะนั้นคนนี้มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง แล้วมาดูข้างบนต่อ อันนี้คือมะเร็งปอด คนธรรมดาสำหรับมะเร็งปอด ด้านสีฟ้า คือ ค่อนข้างไม่เป็นมะเร็ง ด้านสีชมพู คือ ค่อนข้างเป็นมะเร็ง ถามว่าคน ๆ นี้อยู่ตรงไหน คืออยู่ตรงสีฟ้า
เป็นไปได้ที่จะเป็นมะเร็งน้อยมากจาก 3,000 คน ดูอันนี้ต่อครับ
นี่คือมะเร็งตับอ่อน คน ๆ นี้อยู่ในตรงไหนครับ
อยู่ในตรงนี้
ความเป็นไปได้ของการเป็นมะเร็งก็คือน้อย

แต่…

ถ้ามา C มา D ก็คือมีโอกาสที่จะเป็นมาก อันนี้อยู่ในตรงกลางไม่เท่าไรครับ

แต่…

ถ้าเกิน 1 ต้องมีการตรวจพิเศษ ส่วน C คือ มะเร็งลำไส้มาดูครับ
เป็นอย่างไร มาอยู่ที่ C ปลาย ๆ ก็มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่ม คนนี้อยู่ในเกินกลุ่ม C เกินทางด้านขวามือแล้ว น่าจะไปรับการตรวจพิเศษอีกครั้งหนึ่ง ที่ไหนครับ
ดูที่ลำไส้ใหญ่ ก็คือเอากล้องเข้าไปดูในลำไส้ใหญ่

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) การตรวจด้วยวิธีนี้
ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 วัน ก็สามารถทราบผลได้ค่ะ

แต่…

ถ้าส่งตัวอย่างน้ำลายผ่านทางโรงพยาบาล ที่จะรวบรวมเคสคนไข้จำนวนมาก แล้วส่งมาที่ศูนย์วิจัยแห่งนี้ทีเดียวหลาย ๆ คน ก็จะใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ท่านก็บอกว่ามีข้อดีหลายข้อ ก็คือ หนึ่ง ไม่เจ็บ แล้วก็ราคาถูก ถูกแล้วจะถูกอีกด้วย แล้วต่อไปชนิดของมะเร็งที่ตรวจได้
จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ข้อดีมากมาย
แต่นั่นก็ยังไม่ดีเท่าเจตนารมณ์ของท่าน ในการเผยแพร่การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธีนี้ ให้ประชาชนได้เข้าถึงได้มากที่สุดนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) ยังมีคนอีกหลายคนที่ไม่อยากตรวจมะเร็ง เพราะว่ามันราคาแพงหรือว่ามันเจ็บ
แต่ท่านบอกว่าต่อไปจะลดราคาให้ถูก ถูกขนาดที่ว่าตรวจดีกว่า และยังไม่พอ
ปกติจะตรวจธรรมดาปีละครั้ง ท่านบอกว่าจะให้ตรวจปีละ 3 ครั้ง
แบบราคาถูก ๆ เลย (บรรยาย) กระบวนการทั้งหมดนี้
ดูเหมือนไม่ยากใช่ไหมคะ
แต่ทราบไหมคะว่าระยะเวลาทั้งหมด
ที่ทีมวิจัยทำงานกันมา คือ 20 ปีค่ะ
และเพิ่งจะมาเริ่มเห็นผลจริงจัง รวมทั้งการทดลองทำงานจริง เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมานี้เองค่ะ
(ฟูจิ) ที่นี่เป็นศูนย์วิจัยครับ
ซึ่งทางอำเภอเขาให้ใช้อยู่เป็นกิจการร่วมค้า เป็นบริษัทเกิดใหม่ก็อยากจะมาทำวิจัย ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน
ถ้าเป็นศูนย์วิจัยโดดเดี่ยวเลย อาจจะไม่ใช่ที่เชื่อถือ
ดังนั้น การที่จะเกิดศูนย์วิจัยแบบนี้ได้ ก็คือการที่ท่านเป็นอาจารย์
ในมหาวิทยาลัยจริง ๆ เลย แล้วคุณหมอ
ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของคุณหมอจริง ๆ เลย แล้วมาร่วมมือกันสร้างศูนย์วิจัย โรงพยาบาล 300 ที่
ที่มีการเซ็นสัญญากันมาตรวจมะเร็งทุกอย่าง ทุกคนเอาน้ำลายมาตรวจที่นี่หมดเลย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) นี่เป็นแค่ศูนย์วิจัย ที่ทำหน้าที่ตรวจให้ได้ผลออกมานะคะ
แต่คุณหมอที่เป็นคนคิดค้น การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยน้ำลายคือท่านนี้ ที่ฟูจิเซ็นเซกำลังจะเดินทางไปพบค่ะ
(ฟูจิ) ถึงคลินิกแล้วนัดจะมาตรวจมะเร็ง
แต่หิวข้าวมากเลย อาจารย์อยู่ที่ไหน (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เจอแล้ว

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ไหน ๆ ก็มาถึงมือคุณหมอ ที่เป็นต้น
ตำรับของการคิดค้นแล้ว ฟูจิเซ็นเซก็เลยลองตรวจจริงไปเลยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) แรงบันดาลใจที่มาที่ไป ของการตรวจมะเร็งโดยใช้น้ำลายมาอย่างไร ท่านบอกว่าก่อนหน้านี้เป็นหมอผ่าตัด ทำอย่างไรที่ตรวจแล้วไม่ให้เจ็บ น่าจะดูเกี่ยวกับเรื่อง DNA ก่อน DNA ก็ดูยากหน่อย ทำอย่างไร ก็ดูจากสารที่ออกมาจากร่างกาย ก็คือปัสสาวะ เลือด และก็น้ำลาย ตรวจไปตรวจมาดูทางน้ำลายได้ผลเยอะที่สุด ก็เลยเน้นวิจัยเกี่ยวกับเรื่องน้ำลายครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ในน้ำลายมีสารอะไรบ้าง ท่านบอกว่าในน้ำลายมีตัวหนึ่ง เวลาที่ร่างกายเรามีการสึกหรอ
หรือว่ามีการเพิ่มเซลล์ จะมีสารชนิดหนึ่งชื่อว่า Polyamines (โพลีเอมีน) และในนั้นก็มีสารอีกอันที่ชื่อว่า Spermine (สเปอร์มีน) เป็นตัวที่เหมือนเป็นสวิตช์ กดสวิตช์ให้มีการขยับ แล้วก็มีการเพิ่มเซลล์ ก่อนที่เซลล์จะเพิ่มจะรู้ตอนนี้มันเพิ่มหรือเปล่า
ถ้ามีสารตัวนี้เพิ่มแสดงว่าเซลล์กำลังขยายตัว ท่านดูจากตรงนี้ ดูจากในน้ำลาย จะสามารถรู้ได้ว่าสารนี้มันเยอะหรือมันน้อย ทำให้เกิดมะเร็งหรือไม่มีมะเร็ง ดูจากตรงนี้ครับ
(บรรยาย) คิดค้น วิจัย และหาคำตอบมานาน จนถึงตอนนี้
ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของการยื่นขอการรับรอง จากกระทรวงสาธารณสุขของญี่ปุ่นค่ะ
(ฟูจิ) ท่านบอกว่าตอนนี้ก็ยื่นเรื่อง
ให้กับกระทรวงสาธารณสุข การที่ให้กระทรวงสาธารณสุขยอมรับได้ ต้องใช้เงิน ใช้เวลานานมาก
ก็เลยเอามาใช้ก่อน ที่ผ่านมาการตรวจร่างกายของคนญี่ปุ่น ต้องตรวจอุจจาระ แล้วดูว่าในอุจจาระมีเลือดผสมอยู่หรือเปล่า เป็นเรื่องที่ตรวจได้ไม่ละเอียดพอ ของท่านวิธีการตรวจละเอียดมากกว่าหลายเท่า ถูก เร็ว ง่าย ตรวจที่บ้านแล้วส่งมาก็ได้ ท่านก็มีเป้าหมายว่าอยากจะให้คนได้รู้เร็ว เมื่อรู้เร็วก็สามารถป้องกันได้เร็ว (บรรยาย) การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยวิธีนี้ ใช้ได้ผลดีกับมะเร็งหลายชนิดในร่างกาย และยังคงมีการพัฒนากันต่อไปเรื่อย ๆ
อีกด้วยนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ปัจจุบันมีกี่ชนิดและตรวจอะไรได้บ้าง คำตอบก็คือว่า มะเร็งปาก มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่
แต่ปัจจุบันนี้เริ่มคิดค้นอย่างอื่น วิจัยเรื่องมะเร็งของทางด้าน
อวัยวะเพศชายและอวัยวะของผู้หญิง ก็คือพวกต่อมลูกหมากหรืออวัยวะเพศหญิง และเกี่ยวกับทางด้านของกระเพาะด้วย
ดังนั้น มะเร็งในจุดต่าง ๆ ที่สำคัญ
ถ้ารู้เร็วก็จะรักษาได้เร็ว ก็จะเสียเงินน้อย (บรรยาย) คุณหมอมีเคสคนไข้ ที่มารับการตรวจคัดกรองมะเร็งกับคุณหมอ มาเล่าให้ฟังด้วยค่ะ
(ฟูจิ) ยกตัวอย่าง มีสามีภรรยาอายุ 70 ปี
มาตรวจด้วยน้ำลาย แล้วเกิดอะไรขึ้น รู้นะครับ
ว่า

ถ้าเป็น 1 คือ ความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง 0.4 นี่คือมะเร็งตับอ่อน นี่คือมะเร็งลำไส้ใหญ่ 0.62 เจ้าตัวนี้อยู่ใน C ปลาย ๆ หมายถึงมีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูง
แต่ทางภรรยาไม่เป็นอะไร
แต่ทางสามี โอ้โฮ…
เกิดอะไรขึ้นทำไมฉันสบายดีอยู่ เป็นเรื่องที่ปลอมหรือเปล่า เป็นเรื่องที่ไม่จริงหรือเปล่า
แต่คุณหมอบอกว่านี่คือผลที่ออกมา เราต้องไปตรวจให้ลึกซึ้งกว่านี้ว่าเป็นอะไร พอเราเข้าไปข้างในตรวจดูแล้ว คือเอากล้องเข้าไปลำไส้ใหญ่ เมื่อเข้าไปในลำไส้ใหญ่ปุ๊บ รู้เลยว่ามีมะเร็งอยู่ที่ตรงนี้ครับ
ที่ลำไส้ใหญ่ เกิดอะไรขึ้นครับ
รู้เร็ว ก่อนที่จะกระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง
แต่ไม่เป็นอะไรเพราะเป็นขั้นต้นเท่านั้น ก็เลยใช้วิธีผ่าตัดแบบใช้หุ่นยนต์ผ่าตัด ไม่ต้องผ่าท้อง ไม่ต้องทำอะไรมาก ทุกอย่างรู้ทัน ก็ทำให้สบาย เหมือนเอาไฝออกสบาย ๆ (บรรยาย) ฟังเท่านี้ เราก็รู้สึกแล้วนะคะว่า การตรวจคัดกรองมะเร็งด้วยน้ำลายนั้น ให้ผลดีและสะดวกมาก ทำให้ผู้ป่วยรอดชีวิตได้มากขึ้น และขั้นตอนต่อไปของการใช้น้ำลาย เพื่อตอบโจทย์ด้านสุขภาพให้กับคนญี่ปุ่นคือ การใช้น้ำลายชี้เป้าคนเป็นโรคหัวใจค่ะ
เพราะคนในวัยเลย 70 ปีในญี่ปุ่น เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจมากที่สุด คุณหมอก็เลยอยากช่วยแก้ปัญหานี้ด้วยค่ะ
หากการวิจัยนี้สำเร็จ คงช่วยชีวิตคนได้อีกมากมายเลยนะคะ เราขอเป็นกำลังใจให้คุณหมอด้วยคนค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) นี่เอาไว้ผัดขา ไม่ใช่เอาไว้ผัดหน้านะ
แต่เราเอามาผัดหน้าก็ได้นะ เอาไว้ห่ออากาศ ๆ ผลิตภัณฑ์นี้ชื่อเท่มากเลย (บรรยาย) พบกับดูให้รู้ได้ใหม่ในครั้งหน้า กับเรื่องราวในญี่ปุ่นที่คุณไม่เคยเห็น ดูให้รู้ รู้ให้ลึก สวัสดีค่ะ

Related Post

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *