พาราไกลดิง ทะลุทุกขีดจำกัดด้วยใจ

36 0

(บรรยาย)
ถ้าคุณเป็นคนร่างกายปกติ คุณกล้าที่จะขึ้นพาราไกลดิงหรือไม่ (ฟูจิ) อยากมองเห็นฟ้าแบบใหม่ไหม เราจะอยู่บนนี้ บนสวรรค์แล้วหรือ (บรรยาย) แล้ว
ถ้าคนที่ขึ้นพาราไกลดิงได้ จนเปิดเป็นบริษัททำธุรกิจหลายอย่าง เป็นคนพิการล่ะ (ฟูจิ) คุณคาโตจะพาเราไปที่สนามบิน แล้วท่านเองเป็นคนขับรถด้วยนะครับ
(บรรยาย) คุณนึกภาพการทำงาน
ของเขาออกหรือไม่ (ฟูจิ) คนธรรมดาหลายคนนะครับ
ทั้งไม่สวย สิวเยอะ ฉันอย่างนู้นอย่างนี้
แต่คุณรู้ไหมว่า… คนพิการเขาอิจฉาร่างกายคุณขนาดไหน ลองคิดดูสิครับ
นี่ก็คือก้าวข้ามอุปสรรคด้วยใจครับ
(บรรยาย) ฟูจิเซ็นเซจะพาไปรู้จักเขาด้วยกันค่ะ
(ฟูจิ) ไหล ๆ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) พอกำลังจะเริ่มออก แล้ววู้บ…ไปอย่างนี้เลยเนอะ ไปแล้วนะครับ
(ฟูจิ) อย่างนี้เลยครับ
(ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) ปัจจุบันนี้
ผมเดินทางมา 3 ชั่วโมงกว่านะครับ
จากโตเกียว มาทางด้านเหนืออากาศหนาวพอสมควรเลย มาทำไม… มาเจอคนพิการคนหนึ่ง ซึ่งท่านทำลายขีดความสามารถของคนพิการได้ เล่นกีฬาแบบน่าสนใจ น่าตื่นเต้นมาก ๆ เลย อยู่ที่ไหน รู้ไหม อยู่บนนี้ เดี๋ยวเราไปดูกันว่าเขาเล่นกีฬาอย่างไร ไม่เคยขึ้นไปอยู่บนนั้นมาก่อนเลย ไปดูให้รู้กัน

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) อ๋อ นี่ ๆ อันนี้คือ…เขียนว่า (ภาษาญี่ปุ่น) ก็คืออยากมองเห็นฟ้าแบบใหม่ไหม นันโยสกายพาร์ก
จะพาคุณไปดูมุมมองใหม่ของท้องฟ้า ไปดูกันว่าเป็นอย่างไร และเขาบอกว่าที่บินแบบนี้ หาได้ยากในทั่วประเทศญี่ปุ่น คนที่เป็นคนพิการ
ก็สามารถมีโอกาสได้มาเล่นได้ด้วยครับ
น่าสนใจมาก เราจะอยู่บนนี้ บนสวรรค์แล้วหรือ จะมีโอกาสหรือเปล่า ขึ้นอยู่กับท้องฟ้า ท้องฟ้าในวันนี้โปร่งใสหรือเปล่า ลมแรงหรือเปล่า ไปดูกันครับ
(บรรยาย) เราเดินทางมาไกล
จากโตเกียวอีกแล้วนะคะ เพราะกิจกรรมที่เราจะถ่ายทำกันในวันนี้ คงทำในโตเกียวไม่ได้แน่ ๆ ตามในโปสเตอร์ที่สถานีรถไฟ ที่ฟูจิเซ็นเซอธิบายไปค่ะ
วันนี้เราลองมาทำเรื่องโลดโผน
แต่ไม่รู้ว่าสภาพอากาศจะอำนวยหรือไม่ ค่อย ๆ เดินทางตามฟูจิเซ็นเซไปกันค่ะ
(ฟูจิ) คนนิจิวะ ตอนนี้ครับ
ปัจจุบันนี้เราก็มาที่บริษัท ๆ หนึ่ง เป็นบริษัทคุณคาโต ซึ่งท่านเป็นเจ้าของบริษัทและเป็นคนพิการ ธรรมดาบอกพิการ
แล้วทำอะไรไม่ได้
แต่ผิดเลย ใช้ความพิการให้เป็นประโยชน์ครับ
มาสร้างบริษัท และท่านเป็นนักบินด้วยนะ

[เสียงดนตรี]

(ภาษาญี่ปุ่น) (บรรยาย) และเรา
ก็ได้เจอตัวท่านประธานบริษัทแล้วนะคะ นี่คือบุคคลที่มีพลังเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทลายขีดจำกัดที่คนมักจะคิดไว้ให้หมดไป ท่านมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ไปฟังกันค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ก่อนป่วยท่านเป็นคนธรรมดาแข็งแรง เดินไปไหนมาไหนปกติ เป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่ง มาป่วยตอนอายุ 20 ปี เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแอ กล้ามเนื้อก็จะตกไปเรื่อย ๆ ครับ
ในที่สุดนะครับ

จะยกมือยกไม้ไม่ได้ และก็พูดไม่ได้ ปัจจุบันนี้ป่วยมาแล้ว 17 ปี เริ่มแรกรู้สึกว่าท้อมาก ๆ เดิมทีท่านชอบทำงานเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ แล้วก็มาทำงานในบริษัทรถยนต์ก็ไม่ได้ คุณหมอบอกทำงานไม่ได้แล้ว ใจคงจะตกขนาดไหน (ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่าตอนที่เป็นคนพิการนะครับ
พื้นก็ไม่ดี เดินไปไหนลำบาก โทษสิ่งแวดล้อม โทษประเทศ ทำไมไม่เป็นอย่างนั้น ทำไมสิ่งอำนวยความสะดวกไม่พร้อม โทษสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างตลอดเลย
แต่มีอยู่คำหนึ่งได้ฟังจากเพื่อน เพื่อนบอกว่าถึงคุณป่วย
แต่ผมก็จะเป็นเพื่อนสนิทของคุณ ความผูกพันจะไม่เปลี่ยนแปลง ทำให้คุณคาโตรู้สึกว่า ฉันมีกำแพงกั้น ท่านคิดว่ากำแพงกั้นจากสิ่งแวดล้อม
แต่จริง ๆ แล้วกำแพงกั้นอยู่ที่ใจ
เพราะฉะนั้นฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะเปลี่ยนแปลงก็คือ… เป็นงานของท่าน ที่จะเปิดเผยให้คนได้รู้จักว่า คนพิการก็สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้
มากกว่าที่คุณคิดครับ
(บรรยาย) นี่แหละค่ะ
คือคนที่จะพาตัวเอง ไปถึงจุดประสบความสำเร็จและมีความสุขได้ ไม่ว่าชีวิตจะอยู่บนเงื่อนไขอะไรก็ตาม พอหลุดออกไปจากกรอบแล้ว ท่านก็ได้เริ่มคิดทำอะไร ที่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะทำได้ค่ะ
และท่านนะครับ
ก็เลย… หลังจากที่จิตใจท่านเปลี่ยนแปลงนะครับ
ท่านก็ลงมือทำ เปลี่ยนแปลง สร้างบริษัท (บรรยาย) และท่านก็ไม่ได้เปิดบริษัทเดียวนะคะ เปิดหลายบริษัท
แต่กิจการแรกทำอะไร มาฟังกันค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ท่านจัดวอลันเทียร์เป็นที่จอดรถคนพิการ ท่านก็บอกว่าทางรัฐบาลทำอยู่แล้ว
แต่เวลาคนพิการอยากจะไปในที่ที่ตัวเองอยากไป มันไม่มี ท่านก็จะใช้วิธีการรณรงค์โทรไปที่สถานที่ต่าง ๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว หรือสถานที่ร้านอาหาร ที่ยังไม่มีป้ายแบบนี้ สถานที่อย่างนั้นเขาจะอนุญาตให้เราทาสีหรือ คำตอบคืออะไรไหมครับ
ท่านใช้วิธีแบบนี้ครับ
รู้ไหมครับ
ว่า
คนที่เป็นคนพิการมีประมาณ 10 ล้านคน
แต่ทำไมเดินไปเดินมาไม่เห็นคนพิการ ก็เพราะว่าคนพิการ
ไม่ค่อยออกไปเดินไหนมาไหน ร้านของคุณ
ถ้าไม่มีป้ายแบบนี้ คุณจะเสียโอกาสในการได้ลูกค้านะ เกิดอะไรขึ้นครับ
คนก็มาร่วมกันเขียนกัน และร้านอาหารหรือไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ยินดีที่จะให้เขียนป้ายคนพิการแบบนี้ เป็นไอเดียที่เยี่ยมมาก ๆ แล้วก็กลุ่มพวกนี้เป็นกลุ่มวอลันเทียร์ด้วยนะ มาช่วยกันเขียน เพนต์แบบนี้ครับ
ธรรมดาจะ 2.5 เมตร
แต่นี่ 3.5 เมตร เพราะมันจะกว้างสำหรับคนนั่งรถเข็นผ่านได้ครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) ถามต่อนะครับ
ว่า แล้วเป็นวอลันเทียร์แบบนี้ คุณจะมีรายได้หรือ คำตอบ…มีรายได้ครับ
แล้ว
แต่ละครั้งจะรับเงินจากเจ้าของสถานที่ เพราะว่าเจ้าของสถานที่ไม่ต้องเสียค่าเพนต์ ไม่ต้องเสียค่าทา ก็จะเก็บเงินกำไรนี้มาช่วย เอามาทำเป็นงานอะไรครับ
เป็นงานอิโมนิไก ก็คือ… เป็นงานขอบคุณวอลันเทียร์
ถ้าไม่มีรายได้ ก็เอามาพัฒนางานอื่นไม่ได้
ดังนั้นจะต้องมีรายได้เสมอ ในการเพนต์
แต่ละครั้ง จะมีรายได้เก็บไว้ เพื่อไปทำสิ่งดี ๆ ให้กับโลกนี้ต่อไป (บรรยาย) เจ๋งมากเลยนะคะ คิดหลายชั้น เกิดประโยชน์และความร่วมมือหลายทาง โดยการพยายามหาข้อมูล เพื่อมาสร้างเป็นจุดแข็งให้ธุรกิจจนสำเร็จได้ และท่านก็ยังจัดอบรม ให้กับคนพิการอื่น ๆ อีกด้วยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ท่านมีไอเดียมากมายเลย แล้วท่านเป็นคนจัดสัมมนาเองด้วย จัดสัมมนาเพราะอะไรครับ
คนพิการ คนชรา คนที่ร่างกายไม่สมบูรณ์ ต้องการการช่วยเหลือ จิตใจของคนหนึ่งคน ก็สามารถเปลี่ยนโลกได้ นั่นคือสัมมนาแบบนี้ ทำให้ผู้คนที่เป็นคนพิการก็มาฟังงานดี ๆ ของท่าน แล้วบอกว่า
ถ้าคนพิการบ้านเรา ใครอยากรู้วิธีการช่วยคนพิการ เชิญท่านมาเลย ท่านจะไปด้วย หรือมาที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ครับ
(บรรยาย) ส่วนบริษัทที่ 2 ที่ท่านเปิดเป็นกิจการขึ้นมาคืออะไรคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) และงานที่สองครับ
คืองาน นี่ครับ
แบร์ริเออร์ฟรี… (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) คือให้คนพิการไปเที่ยว และที่จังหวัดนี้เป็นจังหวัดยามางาตะ มีสถานที่ท่องเที่ยว คือการบินเครื่องร่อนแบบนี้ แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ
เมื่อเรารู้ว่ามีคนพิการเยอะในประเทศ ทั้งประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น เป็นเกรดเฉลี่ยพอ ๆ กัน
ถ้าคุณจัดการบริการให้กับคนพิการ คุณจะมีรายได้เพิ่มขึ้นขนาดไหน ท่านพูดอย่างนี้ ปรากฏว่าทำให้คนพิการมาเที่ยวเยอะมากขึ้น แล้วคนพิการเป็นอย่างไร ฉันก็รู้สึกว่า ฉันเป็นลูกค้า ฉันมีความสุขได้รับการบริการอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาฉันบินบนท้องฟ้าไม่ได้ ฉันเห็นที่อื่นไม่ได้
แต่พอเห็นแบบนี้แล้ว เห็นคนพิการคนอื่นมาแล้ว รู้สึกว่า ฉันอยากทำบ้าง ปัจจุบันนี้นะครับ
มีคนมาจากเดนมาร์ก มีคนมาจากไต้หวัน และอีกไม่นานนี้เมื่อออกอากาศแล้ว คนไทยที่เป็นคนพิการจะมาอย่างแน่นอน แล้วถามต่อครับ
ว่า รายได้มาอย่างไร ท่านตอบนะครับ
ว่า รายได้มาจาก… การที่จะไปบรรยายให้ผู้คน หรือบริษัทต่าง ๆ เขาเตรียมที่จะยอมรับคนพิการมาเป็นลูกค้า ท่านก็จะเก็บค่าคอนซัลต์ (Consult) นั่นเอง คนพิการจะเห็นโลกใหม่ที่ไม่เคยทดลอง ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนครับ
(บรรยาย) คิดหลายชั้นอีกแล้วนะคะ เปิดธุรกิจให้บริการคนพิการ แล้วเมื่อบริษัทอื่นเริ่มเห็นช่องทาง ในการทำธุรกิจกับคนพิการจากท่าน อะไรจะคือธุรกิจต่อไปล่ะคะ ก็รับเป็นที่ปรึกษา ให้บริษัทที่อยากทำธุรกิจกับคนพิการด้วยเสียเลย นี่คือการนำความรู้ และคุณสมบัติที่ตัวเองมีไปต่อยอดค่ะ
ซึ่งสิ่งที่ท่านเป็นคือคนพิการ ที่คนทั่วไปคิดว่าคือ ความขาด
แต่ท่านทำให้สิ่งนี้กลายเป็นความมี
ในสิ่งที่นักธุรกิจอื่นไม่มี จนต้องมาขอความรู้จากท่าน สุดยอดเลยนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ทำไมมีแรงบันดาลใจในการขึ้นเครื่องร่อน ท่านบอกว่า ตอนเด็ก ๆ
ท่านเป็นคนปกติธรรมดา แข็งแรงธรรมดา
แต่พอท่านป่วยเป็นคนพิการ ท่านเห็นว่า โอ้…มันลำบาก ไปที่ไหนก็ลำบาก
แต่ท่านคิดว่า
ถ้าฉันเป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ จะเจ๋งขนาดไหน ก็เลยมาคิดถึงว่า… ในเมืองนี้เป็นเมืองที่มีเครื่องร่อน มีสถานที่บินโด่งดังในประเทศญี่ปุ่น
ดังนั้นท่านก็ใช้ตัวท่านเองเป็นนักบินเสียเลย ซึ่งเป็นนักบินคนพิการ ในปี 2015 เช็กดูว่า… คนพิการที่จะบินแบบเครื่องร่อนแบบนี้เยอะไหม ท่านบอกว่าแทบไม่มีเลย ขนาดในประเทศญี่ปุ่นมีคนเล่นเครื่องร่อนแบบนี้ มีแค่ 11,000 คนเท่านั้น
ดังนั้นท่านบอกว่าท่านจะเป็นคนแรก ในการที่จะทำให้การบินเปลี่ยนแปลงไป ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจที่ว่า
ถ้าบินได้ก็จะแสดงว่า
ทำลายกรอบความคิดที่ว่า… คนพิการทำอะไรไม่ได้ หาแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น สร้างความฝันให้กับคนพิการด้วยครับ
(บรรยาย) นี่คือการพยายามหาทาง
จากต้นทุนที่มีค่ะ
นั่นคือจุดเด่นของเมืองที่อยู่ บวกกับการประเมินความสามารถของตัวเอง แถมท่านยังพยายามเปิดโอกาส ให้คนพิการอื่น ๆ ด้วยนะคะ มาดูกันคะว่า เงื่อนไขต่าง ๆ มีอะไรกันบ้าง (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เวลาบินต้องบินอย่างไร ต้องเตรียมพร้อมอย่างไรสำหรับคนพิการ ก็…
ถ้าตัวเองเซ็นยอมรับว่าจะบิน ก็โอเค แล้วก็ทางครอบครัวเซ็นยอมรับ ก็โอเค แล้วก็ทางคุณหมอนะครับ
อนุญาตก็คือโอเค แล้วก็เวลาจะไปบินให้ดูอยู่ 3 อย่างคือ… การนั่ง สามารถบาลานซ์
อยู่บนเก้าอี้ได้หรือเปล่า
ถ้าไม่สามารถประคองตัวเองอยู่บนเก้าอี้ได้ เอียงไปเรื่อย ๆ เวลาบิน อาจจะลงพื้น หน้าอาจจะโดน
เพราะฉะนั้นการนั่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ แล้วก็น้ำหนัก ห้ามเกิน 67 กิโลกรัม แล้วก็ต้องฝึกไหม ไม่ต้องฝึกครับ
ทางอินสตรักเตอร์จะดูให้ คอ สามารถตั้งอยู่หรือเปล่า
คนพิการที่อยากจะบิน และก็อีกวิธีหนึ่งก็คืออยู่ ๆ มาเลยแล้วบิน เกิดอินสตรักเตอร์บอกว่าบินไม่ได้ อาจจะรู้สึกเสียใจ วิธี
ถ้าคุณอยากจะมาก็คือ… การติดต่อมาแล้วก็ถ่ายวิดีโอ ให้ครอบครัวของคุณถ่ายวิดีโอมาว่า คนแบบนี้ อาการแบบนี้จะมาบินได้หรือเปล่า
ถ้าโอเค ก็จะได้มีโอกาสมาบินครับ
(บรรยาย) จริง ๆ เราอยากเห็นท่านประธาน ขึ้นพาราไกลดิง ด้วยตัวเองมาเลยนะคะ
แต่ว่าท่านบอกว่าวันนี้ไม่สะดวกค่ะ
ส่วนฟูจิเซ็นเซนั้น จะได้ท้าทายความกล้าของตัวเองบนฟ้าหรือไม่ ก็ต้องแล้ว
แต่สภาพอากาศค่ะ

แต่ตอนนี้
เราจะไปกินอาหารกลางวันกันก่อนนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) แตะตรงนี้มันจะขยับเองได้ครับ
มันเป็นบลูทูท (Bluetooth) ตรงนี้ ได้รับเกียรติมากินราเม็งกับท่านนะครับ

[เสียงดนตรี]

ถ้ามาเมืองยามางาตะต้องกินราเม็ง เพราะว่าราเม็งเป็นอาหารที่โด่งดังในเมืองนี้ แล้วคนก็ชอบกินกัน
ถ้าจะออกไปเที่ยวที่ไหน จะไปทำอะไร คนในเมืองนี้บอกไปกินราเม็งกัน

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) ท่านดูเหมือนเป็นคนธรรมดานะครับ

แต่จริง ๆ แล้วท่านยกแขนได้…
ตอนนี้ปัจจุบันยกได้แค่นี้เอง (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ท่านบอกว่าตามจริง ๆ แล้ว
ยกแขนยกได้แค่นี้ ทำไมถึงยกกินอาหารได้ เพราะว่ามีโต๊ะเอามาค้ำได้ แล้วก็ขยับแค่ข้อมือได้ ดูเหมือนท่านป่วยเบา ๆ
แต่อันนี้คือป่วยหนัก
แต่ว่าใช้ไอเดียในการใช้ชีวิตประจำวันได้ครับ

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) อร่อยมาก

[เสียงดนตรี]

กินกับคุณคาโตแล้วรู้สึกว่ามีความสุขจังเลย
ถ้าเราไม่เห็นคนพิการ เราจะไม่รู้สึกว่า… ความอบอุ่นของคนที่สมบูรณ์แบบทุกประการ
เป็นอย่างไร เพราะคนธรรมดาหลายคน โดยเฉพาะวัยรุ่น ฉันไม่สวย สิวเยอะ ฉันอย่างนู้นอย่างนี้
แต่คุณรู้ไหมว่า คนพิการเขาอิจฉาร่างกายคุณขนาดไหน ลองคิดดูสิครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) เห็นไหมคะว่า ท่านพยายามช่วยเหลือตัวเองให้มากที่สุด ในทุก ๆ เรื่อง อย่างแรก คือ ตัวเองก็จะสบายใจ ที่ไม่ต้องรบกวนคนอื่น อย่างที่สอง คือ จะทำให้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ
เพราะไม่ต้องรอความช่วยเหลือตลอดเวลา ลองมาดูตอนท่านขับรถกันดีกว่าค่ะ
ใช่แล้วค่ะ
ฟังไม่ผิด ท่านประธานขับรถด้วยตัวเองได้ด้วยนะคะ (ฟูจิ) ตอนนี้นะครับ

คุณคาโตจะพาเราไปที่สนามบิน ไปสนามบิน ท่านจะไปโชว์นะครับ
ว่า เวลาท่านบินจะบินอย่างไร และท่านเองเป็นคนขับรถด้วยนะครับ
สุดยอด มีเก้าอี้อย่างนี้เลย (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ทำเก้าอี้พิเศษ ยกเองครับ

[เสียงดนตรี]

สุดยอด นี่ก็คือก้าวข้ามอุปสรรคด้วยใจครับ
(บรรยาย) ระหว่างทางท่านก็อธิบาย
เรื่องงานของท่านต่อค่ะ
มีคนพิการมากมายที่ได้ประโยชน์ จากงานของท่านนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) งานที่ท่านทำอยู่นะครับ
เป็นงานที่จะช่วยคนพิการให้มีงาน โดยท่านใช้ตึกของท่านเป็นที่ฝึกงานก็คือ… เปลี่ยนยาง ซ่อมรถ แล้วก็ล้างรถ อะไรอย่างนี้ครับ
ซึ่งเป็นคนพิการได้มาฝึกที่นี่ พอฝึกแล้วก็กลับไปเป็นพนักงานเงินเดือน เพราะในประเทศญี่ปุ่น เป็นประเทศที่ขาดแรงงานอยู่แล้ว เมื่อมีคนพิการมาช่วยทำงาน ก็จะได้รายได้ด้วย และเป็นสิ่งที่ดีด้วยครับ
(บรรยาย) มีหลายบริษัทแล้ว ท่านก็ยังไม่หยุดนะคะ ได้ข่าวว่าปีนี้ก็จะเปิดบริษัทใหม่อีกค่ะ
ว้าว มากเลยนะคะ
แต่ว่าตอนนี้เรามาทำกิจกรรม ที่ท้าทายความกล้าของเรากันดีกว่าค่ะ
พาราไกลดิงในสนามจริงค่ะ

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) เรียบร้อยแล้วครับ
(ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) นี่แหละค่ะ
หน้าตาของรถนั่งสำหรับคนพิการ ที่จะขึ้นเครื่องพาราไกลดิงได้ค่ะ
เอาจริง ๆ คนธรรมดาอย่างเราก็กลัวแล้วนะคะ

แต่…

ถ้าเป็นคนที่ร่างกายไม่ได้พร้อมทุกอย่าง จะต้องใช้ความกล้าขนาดไหนคะนี่ (ฟูจิ) ธรรมดา
ถ้าบินด้วยเครื่องร่อนก็ยากอยู่แล้ว
แต่ใช้เครื่องร่อนตัวนี้สำหรับคนพิการที่เดินไม่ได้ ให้นั่งแบบนี้ นี่คือเครื่องที่ถูกทำพิเศษ สร้างพิเศษ แล้วมันร่อนออกไปจากที่นี่ แล้วก็เวลาลงก็ลงแบบสวย ๆ ได้ด้วย (ภาษาญี่ปุ่น) ทางคุณคาโตบอกนะครับ
ว่า… จริง ๆ แล้วอยากจะบินมาก ๆ เลย ท่านบอกว่าจะเอาจริงหรือ ท่านก็บอกเอาจริง ก็เลยไปสืบเครื่องร่อน แล้วก็ตัวเก้าอี้แบบนี้มา มาจากต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศล้อเล็ก แล้วก็ไม่กว้างพอ มาใช้บินจริง ๆ มันไปได้ไม่ดี ท่านก็เลยมีการเปลี่ยนแปลง ทำเป็นล้อใหญ่ ๆ แล้วก็มีความกว้าง จะได้ใช้ในการบินได้จริง ๆ ก็คือพัฒนาออกมาเป็นแบบนี้ครับ
(บรรยาย) หลังจากอธิบายกันมาสักพัก ตอนนี้ฟูจิเซ็นเซอยากลองนั่งดูว่า
จะรู้สึกอย่างไรค่ะ
(ฟูจิ) ผมจะลองนั่งดู (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) โอ้ นั่งแล้วรู้สึกสบายเลย ๆ ไหล ๆ (ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงอุทาน]

พอกำลังจะเริ่มออก แล้ววู้บ… ไปอย่างนี้เลยเนอะ (บรรยาย) นี่เป็นความร่วมมือระหว่างคนปกติ เพื่อให้คนพิการได้ใช้ชีวิต เหมือนคนร่างกายปกติให้ได้มากที่สุดนะคะ ซึ่งน่าจะสร้างความสุขให้กับทั้งสองฝ่ายค่ะ
ซึ่งจนถึงปัจจุบัน
มีคนพิการมาขึ้นเครื่องพาราไกลดิง ได้ 30 คนแล้วค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) รู้สึกอย่างไร ที่ท่านให้คุณคาโตได้บินในโลกใหม่ แล้วเจอโลกใหม่ ท่านบอกว่า คนธรรมดาหลังจากที่บินเสร็จแล้ว ลงมาจะยิ้มบานแฉ่งเลยนะครับ

แต่สำหรับคนที่เป็นคนพิการแล้วได้บิน หลังจากที่ลงมายิ้มอย่างเดียวไม่พอ คือมีความสุข ให้ความฝันใหม่ และท่านบินได้ขนาดนี้ โอ้โฮ คือแบบว่าสุขมาก ๆ และยิ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนยิ่งมีเกียรติคือ… ที่ได้ทำให้คนพิการได้บินได้ด้วยครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) แล้วฟูจิเซ็นเซ
จะได้บินกับเขาไหมคะนี่วันนี้ ความหวังเริ่มมาแล้วค่ะ
ลองเดินออกไปดูทิศทางลมกันสักนิดหนึ่ง (ฟูจิ) ไปแล้วนะครับ
ว้าว… อย่างนี้เลยครับ
ลืมบอกไปว่า วันนี้อากาศลมแรงไปหน่อย พยากรณ์อากาศบอกว่าบินไม่ได้ครับ
(บรรยาย) อ้าว อดเลยค่ะ
เพราะลมแรงเกินไป หวังว่าสักวันจะได้มีโอกาสนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) หลังจากที่ท่านบินในครั้งแรกแล้ว
รู้สึกอย่างไร ตอนนี้ท่านบอกว่าบินมาหลายสิบครั้งนะครับ
เป้าหมายในการบินครั้งแรก ไม่ใช่ว่าอยากบินเฉย ๆ มีเป้าหมายก็คือ อยากจะบินเพื่อให้แรงบันดาลใจคนอื่น และก็เตรียมพร้อมที่จะสร้างอุปกรณ์ สร้างสิ่งแวดล้อม
ที่จะพร้อมให้กับคนพิการได้บินต่อ
ดังนั้นท่านไม่ได้กลัวอะไรเลย แล้วก็ดีใจด้วย และก็ประสบความสำเร็จ แล้วก็สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นครับ
(บรรยาย) สำหรับท่านประธานแล้ว การที่ท่านสามารถบินขึ้นฟ้าด้วยพาราไกลดิงได้ ไม่ใช่แค่เป็นการประสบความสำเร็จของท่าน
แต่เป็นตัวอย่างให้คนพิการอื่น ๆ ได้รู้ว่า เขาทำอะไรได้มากกว่าที่คิด
ถ้าอยากรู้ว่าจะทำได้หรือไม่ ก็แค่ลองลงมือทำดูค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่า ที่ผ่านมามีคนพิการหลายคน ที่ล้มเลิกความฝันว่าตัวเองบินไม่ได้ หรือตัวเองออกไปข้างนอกไม่ได้ครับ
ได้ดูข่าวจากทีวี แล้วก็เห็นคุณคาโตได้บิน ก็เลยสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความฝัน แล้วก็มาบิน พอบินเสร็จแล้วมีความกล้ามากขึ้น แล้วก็ต่อไปการใช้ชีวิตก็เปลี่ยนไปเลยครับ
เห็นความเปลี่ยนแปลง ของคนพิการที่มาบินในครั้งนี้ แล้วรู้สึกประทับใจครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่าขีดจำกัดที่คิดว่าทำไม่ได้ หรือทำได้มันอยู่ที่ใจเรา
ถ้าฉันบอกว่า ฉันทำไม่ได้ ก็จะไม่ลงมือทำอะไรเลย

แต่…

ถ้าท่านคิดว่าทำได้ ร่วมมือกัน พอบอกไปแล้วก็จะมีคนช่วยเรา
ดังนั้นเราปลดล็อกจากใจเราดีกว่า ที่บอกว่าทำไม่ได้ ไม่มี (บรรยาย)
คำถามต่อไปที่เราถาม และคำตอบที่ได้มา ทำให้เราอึ้งไปเลยนะคะ อึ้งเพราะอะไร ฟังดูค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ความฝันท่านคืออะไร คือการทำลายบริษัทให้หายจากโลกนี้ นั่นหมายถึงอะไรครับ
นั่นหมายถึง… ก็คือการที่ไม่ต้องช่วยคนพิการอีกต่อไป คนพิการทุกคนสามารถอยู่ในโลกนี้อย่างสบาย ก็ไม่ต้องมีบริษัท
ที่จะต้องช่วยเหลือคนพิการอีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนสามารถช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ (บรรยาย) เป็นเรื่องจริงนะคะ ไม่มีคนพิการคือดีที่สุด
แต่เพราะความจริงเรื่องนี้ คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
ดังนั้นธุรกิจของท่าน ก็สร้างโลกใหม่ให้คนพิการ และทำให้ทลายกำแพงได้อีกมากเลยค่ะ

[เสียงดนตรี]

ตอนนี้ท่านจะพาไปดูอู่ที่ท่านทำขึ้น เพื่อให้คนพิการมาเรียนซ่อมรถค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) นี่ก็คือโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทของท่าน เปิดโรงเรียนให้คนพิการมาฝึกวิธีการซ่อมรถ แล้วก็กลับไปทำงานในบริษัทต่าง ๆ
ทั่วประเทศญี่ปุ่นครับ

[เสียงดนตรี]

(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) นี่ก็คือเว็บไซต์ที่ท่านทำอยู่นะครับ
ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ขายอุปกรณ์ แล้วช่วยคนพิการสำหรับคนที่จะขึ้นรถเข็น… เข้าไปในหาดทราย เข้าไปในทะเล เข้าไปในป่า เข้าไปในหิมะได้ด้วยนะครับ
อย่างนั้นเลยครับ
แล้วก็ท่านทำสถานที่ท่องเที่ยว ทำเว็บไซต์ให้กับเมืองยามางาตะด้วย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) คนทำงานที่นี่
ก็เป็นคนนั่งวีลแชร์ด้วยค่ะ
คือเป็นบริษัทที่สร้างแล้วก็ดำเนินงานได้จริงค่ะ
ที่เราเห็นไปเป็นเรื่องการทำกิจการ ที่ดูเป็นเรื่องใหญ่โตนะคะ
แต่สำหรับตัวท่านแล้ว ยังมีเรื่องรายละเอียดปลีกย่อยในชีวิต
ที่พยายามทำ เพื่อทำให้ชีวิตสะดวกสบายและก็ง่ายขึ้นอีก อย่างเช่น กางเกงค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เห็นไหมครับ
ว่า… พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสสำหรับคนพิการก็คือ… ท่านออกแบบกางเกงยีนส์ของท่านเองเลยครับ
ก็คือเข็มขัดใช้แมกเน็ตติดไปเลย แล้วไม่สามารถถอดได้ ยกเว้นท่านดึงออกมา แล้วอันที่สอง เมื่อนั่งอยู่กระเป๋าจะใส่ยาก
แต่ว่ามือถือใส่ย้อนกลับไป ใส่ย้อนกลับไปอย่างนี้ได้ครับ
เก็บไว้เลย พอถึงเวลาเอาออก ก็ดัน ๆ ออกมาข้างล่างครับ
ซิป
ถ้าคนไม่มีแรงในการติดกระดุมนะครับ
สามารถปิดขึ้นไป
แต่เวลามันจะไหลลงมาใช่ไหมครับ

ถ้าล็อกตรงนี้เมื่อไร จะถอดไม่ได้

แต่…

ถ้าจะถอดก็คือยกขึ้น แล้วถอดลงไป แล้วกางเกงนะครับ
เขาบอกว่าเวลาเย็บ ของคนธรรมดาจะมีแค่ผ้า 2 ผืน
แต่ตัวนี้ เขาบอกว่า 4 ผืน เพื่อที่จะให้นั่งแล้วเป็นรูปร่างของขา ใส่ได้ง่าย ๆ แล้วเวลาใส่จะรู้ว่านั่งใส่ จะง่ายมาก ง่ายเลย (บรรยาย) วิวัฒนาการเพื่ออำนวยความสะดวก
ให้กับชีวิตมนุษย์ ไม่ได้มีเฉพาะสำหรับคนที่ร่างกาย
ครบสมบูรณ์เท่านั้นนะคะ โลกทุกโลกของคนทุกคน ก็มีการพัฒนาได้
ถ้าไม่ยอมแพ้ค่ะ
ชมรายการในวันนี้แล้ว รู้สึกอยากลุกไปทำอะไรใหม่ ๆ ที่ตัวเองอยากทำ
แต่ไม่เคยลงมือทำจริง ๆ หรือยังคะ (ฟูจิ) ตอนนี้เรามาอยู่ในโรงงานทำขนมอันปัง ซึ่งเป็นขนมปังที่เคยเป็นของโปรด
ของจักรพรรดิญี่ปุ่นเลย เป็นขนมปังไส้ถั่วแดง เรียกว่าขนมปังอันปัง (บรรยาย) พบกับดูให้รู้ได้ใหม่ในครั้งหน้า กับเรื่องราวในญี่ปุ่นที่คุณไม่เคยเห็น ดูให้รู้ รู้ให้ลึก สวัสดีค่ะ

Related Post

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *