ขนมสำหรับพระจักรพรรดิและเนื้อไก่อากิตะที่หายาก

138 0

(บรรยายหญิง) ขนมปังอะไร ที่สมเด็จพระจักรพรรดิในยุคเมจิ กินแล้วตรัสว่าอร่อยมาก (ฟูจิ) แล้วรู้ไหมครับ
ว่า… ขนมปังนี้ ทำวันละกี่ชิ้นรู้ไหม แค่ขนมปังอันปังนี้นะครับ

วันละ 4,000 – 5,000 ชิ้น และ
ถ้าเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์
ไม่ใช่ 4,000 – 5,000 ชิ้น 10,000 ชิ้นเลย 10,000 ชิ้น กินกันอย่างไรนี่ ทำมาแล้ว 140 ปี รสชาติเปลี่ยนแปลงไหม ท่านบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะให้ขายดีก็คือ… มีแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ 140 ปีก่อน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรสชาติ การผลิตก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย จำนวนน้ำลายของคนญี่ปุ่น จะน้อยกว่าคนยุโรป ลองสังเกตดูครับ
ว่า…
ถ้าคนญี่ปุ่นกินขนมปังของยุโรป ปากจะแห้ง เขาก็เลยทำขนมปัง ซึ่งเหมาะสมกับคนญี่ปุ่น จะมีความชื้นมากกว่าในขนมปัง อุ่น ๆ เลย (ภาษาญี่ปุ่น) ซากุระเลยนะ นุ่มมาก

[เสียงดนตรี] นุ่มจริง ๆ โอ้… (บรรยาย) ไก่อะไรที่เลี้ยงนานเป็นครึ่งปี ได้เนื้อที่เหนียว และนุ่มกว่าไก่ทั่วไป หากินได้แม้ไม่ต้องไปถึงอากิตะ (ฟูจิ) อาหารหลายที่นะครับ
จะมีการหมักให้มีรสชาติ
แต่นี่ไม่มีการหมัก เทเกลือเลย แล้วก็พริกไทยเลย ให้มันรู้ถึงรสชาติที่แท้จริงของมัน นี่คือความคิดของการกินแบบของญี่ปุ่น ไม่ต้องผสมอะไรเยอะ กินจากรสชาติของมันเอง ให้รู้จักรสชาติของมันเอง (บรรยาย) ตามฟูจิเซ็นเซไปอร่อยกันเลยค่ะ
โอ้โฮ อร่อยจริง ๆ เลย

[เสียงดนตรี] นี่เราอยู่ในย่านกินซ่า ซึ่งเป็นร้านที่แบบสุดหรู สมัยก่อนแบบว่า ผู้คนมาที่นี่ มาเข้าคิวเพื่อจะกินขนมปังชนิดหนึ่ง เป็นขนมปังที่จักรพรรดิได้ทานด้วยนะ อยู่ร้านนี้ คิมุรายะโนะปัง
(ร้านขนมปังคีมุรายะ)

[เสียงดนตรี]

[เสียงดนตรี] มาปุ๊บได้ดูโรงงานเลยนะ (บรรยาย) มาถึงก็จู่โจมถึงโรงงานเลยค่ะ
โรงงานทำอะไร ตั้งอยู่ในเขตกินซ่า ย่านหรูหราของโตเกียว ตามไปเรื่อย ๆ แล้วจะได้คำตอบนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (บรรยาย) นี่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจริงจังกันขนาดนี้ ต้องเป็นโรงงานเกี่ยวกับของกินแน่ ๆ ค่ะ

[เสียงดนตรี] ใช่แล้วค่ะ
ที่นี่คือร้านขนม เป็นร้านที่อยู่มายาวนานเป็นร้อยปีแล้วค่ะ
ซึ่งทำขนมต้นตำรับชนิดหนึ่ง ถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิในสมัยเมจิด้วย และนั่นคือที่มา ที่ทำให้เราต้องตามมาชิมถึงที่ร้านนี้ค่ะ
(ฟูจิ) ตอนนี้เรามาอยู่ในโรงงานทำขนมอันปัง ซึ่งเป็นขนมปังที่… เคยเป็นของโปรดของจักรพรรดิญี่ปุ่นเลยนะครับ
เป็นขนมปังไส้ถั่วแดง เรียกว่า ขนมปังอันปัง อัน แปลว่า ถั่วแดง ปัง แปลว่า ขนมปัง ซึ่งประเทศญี่ปุ่นสมัยก่อน ไม่ได้นิยมกินขนมปังเลย
แต่มีคน ๆ หนึ่ง อยากจะมีการรณรงค์ ให้คนญี่ปุ่นได้กินขนมปัง ก็เลยมีเรื่องราวที่เกิดขึ้นมา เป็นขนมปังอันปังนี้ ตั้งแต่เมื่อ 140 กว่าปีก่อนเลย แล้วรู้ไหมครับ
ว่า… ขนมปังนี้ ทำวันละกี่ชิ้นรู้ไหม แค่ขนมปังอันปังนี้นะครับ
วันละ 4,000 – 5,000 ชิ้น และ
ถ้าเป็นวันเสาร์ – อาทิตย์
ไม่ใช่ 4,000 – 5,000 ชิ้น 10,000 ชิ้นเลย 10,000 ชิ้น กินกันอย่างไรนี่

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) ทางร้านใจดีมากค่ะ
ให้เราเข้าไปดูถึงในโรงงานผลิต ลองคิดดูสิคะว่า โรงงานเปิดมาร้อยกว่าปี คนในร้านนี้
ถ้าทำงานที่นี่มานาน ๆ ก็คงจะเชี่ยวชาญกันมากเลยนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงหัวเราะ] (ฟูจิ) โอ้โฮ ถามว่า ทุกท่านมีการปั้นมากี่ปีแล้ว คำตอบคืออะไรรู้หรือเปล่า 53 ปี อยู่ที่นี่ปั้นกัน 53 ปี วันละ 5,000 ชิ้น 5,000 คูณ 365 คูณ 53 ปี ขนาดไหน ทำมาแล้ว 140 ปี รสชาติเปลี่ยนแปลงไหม ท่านบอกว่าไม่เปลี่ยนแปลง มีอย่างนี้ครับ
เพื่อที่จะให้ขายดีก็คือ… มีแบบดั้งเดิมตั้งแต่ 140 ปีก่อน ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรสชาติ การผลิตก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย และแน่นอน มีขนมปังที่ผลิตออกมาใหม่ครับ
เป็นครีมชีสอย่างนี้ เป็นขนมปังแบบใหม่ด้วย ผสมผสานกันก็คือ มีทั้งใหม่ และเก่า และถามว่าของเก่าขายลดลง ยอดขายลดลงไหม ยอดขายไม่ลดลง เพราะว่าอะไรครับ
คนก็อยากกินของดั้งเดิมว่ารสชาติเป็นอย่างไร และกลายเป็นว่าของเก่ารสชาติไม่ตกด้วยครับ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) ทุกคนทำงานกันง่วนเลยค่ะ
เราไม่ควรมาอยู่ในนี้นาน เพราะจะรบกวนได้ ไปดูที่หน้าร้านกันดีกว่าค่ะ

[เสียงดนตรี] (ภาษาญี่ปุ่น) (ภาษาญี่ปุ่น) คนญี่ปุ่นเดิมทีไม่กินขนมปัง เสร็จแล้วนี่นะครับ
ก็มีเจ้าของร้านบอกว่า… อยากจะทำอย่างไร ให้คนญี่ปุ่นได้กินขนมปัง ก็ได้ทำขนมปังขึ้นมา แล้วก็ในสมัยเมจิครับ
เจ้าของร้านมีแผนที่แยบยลก็คือ… การทำขนมปังพองขึ้นมาได้ ต้องใช้ยีสต์
แต่ใช้วิธีนี้ก็คือ ซากะมันจู โดยไม่ใช้ยีสต์ ใช้โคจิในการทำขนมปัง ซึ่งมันเหมาะสมกับรสชาติคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นชอบมาก แล้วหลังจากนั้นครับ
ทำอย่างไรต่อก็คือ… เอามาให้จักรพรรดิในยุคเมจิได้เสวย นั่นก็คือ ซากุระมันจู ทำไว้เพื่อจักรพรรดิเมจิเท่านั้น

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) วันเวลาที่ผ่านไป สิ่งที่เคยเป็นของโบราณ สำหรับสมเด็จพระจักรพรรดิ ก็กลายเป็นของที่จับต้องได้ ที่ทรงคุณค่าสำหรับคนทั่วไปได้แล้วนะคะ ซึ่งการที่ร้านนี้ยังทำขนมซากุระอันปัง ด้วยกระบวนการแบบดั้งเดิมอยู่ นั่นก็หมายความว่า… คนสมัยนี้ก็ยังได้ลิ้มรสชาติ แบบเมื่อ 140 ปีที่แล้วค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่าลิ้นคนญี่ปุ่น จำนวนน้ำลายของคนญี่ปุ่นจะน้อยกว่าคนยุโรป ลองสังเกตดูครับ
ว่า…
ถ้าคนญี่ปุ่นกินขนมปังของยุโรปปากจะแห้ง น้ำลายมีไม่เยอะ ก็จะทำให้รู้สึกว่าคอแห้ง กินยาก เขาก็เลยจะทำขนมปังซึ่งเหมาะสมกับคนญี่ปุ่น จะมีความชื้นมากกว่าในขนมปัง ก็จะนุ่มกว่าสำหรับคนญี่ปุ่น หรือคนเอเชียนั้นน่าจะกินขนมปังที่นุ่ม ๆ จะไม่แข็งนั่นเองครับ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) เราไปดูหน้าตาซากุะอันปัง ที่วางขายหน้าร้านกันดีกว่าค่ะ
ว่าเพราะอะไร 140 ปีแล้ว ก็ยังขายดีอยู่เลย (ภาษาญี่ปุ่น) ก็นะครับ
เริ่มต้นจากอะไรครับ
ก็คือ… ซากะมันจู ก็คือ… มันจูตัวนี้ มันมีถั่วแดงอยู่แล้ว ก็เลยเอาตัวนี้มาเป็นโจทย์ แล้วมาทำเป็นอันปังขึ้นมา ท่านก็บอกนะครับ
ว่า… การคิดสูตรทำอันปัง เมื่อ 100 ปีก่อน ก็คือ… ทำอย่างไร ให้รสชาติกลมกล่อม รสชาติเข้มข้น ต้องลองผิดลองถูกมา จนปัจจุบันนี้ก็ยังเหมือนเดิมเลย (ภาษาญี่ปุ่น) การผสม บอกว่า 1 ต่อ 1 ก็คือใช้ถั่วแดงกับขนมปัง 1 ต่อ 1 ครับ

เพราะฉะนั้น คนญี่ปุ่นชอบกินขนมอันปังเยอะ
แต่อย่าลืมจุดเริ่มต้นจากที่นี่นะ จากที่นี่เลย (ภาษาญี่ปุ่น) และก็ขนมปังของที่นี่นะครับ
จุดเด่นเลยนะ จะไม่ใช้ยีสต์ในการทำให้ขนมปังฟูออกมาได้ครับ
(บรรยาย) นอกจากจุดเด่นที่ตัวแป้งที่ไม่ใช้ยีสต์แล้ว ไส้ก็มีหลากหลายเช่นกันค่ะ
ไม่ได้มีแค่ไส้ถั่วแดงเท่านั้น (ฟูจิ) ก็จะมีการแบ่งอยู่ด้านบนก็คือ… มีรอยขีดสองเส้นบ้าง มีงาบ้าง และก็มีรอยขีดสามเส้นบ้างนะครับ
อันปัง คำว่า อัน มันมาจากไหนก็คือ… มาจากถั่วแดง ซึ่งเขามีการคัดเลือกด้วย ถั่วแดงที่บดละเอียด กับถั่วแดงที่ยังมีเมล็ด มีเนื้อ แล้ว
แต่คนชอบครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) ถามเธอว่าที่นี่ดังไหม ดังมาก มาจากไหน มาจากโอมิยะ จากต่างจังหวัดไซตามะเลยนะ มากินที่นี่เลย มาบ่อยด้วย (ภาษาญี่ปุ่น) เธอบอกว่าแน่นอนตัวนี้ครับ
ซากุระ แล้วก็เกาลัด แล้วก็ชีสครีม

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) คุณลูกค้าแนะนำว่าชอบไส้อะไรแล้ว แล้วทางร้านล่ะคะ ขายไส้อะไรดีที่สุด (ฟูจิ) อันดับหนึ่งเลย (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) อันนี้เลย (ภาษาญี่ปุ่น) อ๋อ นี่ก็คือของที่ดัง ๆ นะครับ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) แล้วฟูจิเซ็นเซ จะเลือกไส้อะไรดีคะ น่ากินทุกอย่างเลย ทำเสร็จใหม่ ๆ จากโรงงานภายในตัวตึก แล้วก็นำออกมาขายเลย นี่อาจจะเป็นจุดเด่นอีกอย่าง ที่ร้านขนมซึ่งไม่มีโรงงานในที่เดียวกัน ทำไม่ได้ค่ะ
ถึงเวลาชิมแล้วครับ
สั่งอันนี้ดีกว่าครับ
อันที่หนึ่ง อันที่สองคือสีขาว แล้วก็สีเขียวครับ
เอาเลย (ภาษาญี่ปุ่น) อุ่น ๆ เลย (ภาษาญี่ปุ่น) ซากุระเลยนะ อุ๊ย นุ่มมาก

[เสียงดนตรี] นุ่มจริง ๆ โอ้… (บรรยาย) เชื่อค่ะ
ว่านุ่มอร่อย ไม่อย่างนั้นจะอยู่มานาน 140 ปี ขนาดนี้หรือคะ อิจฉาฟูจิเซ็นเซอีกแล้วค่ะ
ได้ลองตั้งหลายไส้ ท่านเจ้าของร้าน
เห็นฟูจิเซ็นเซกินอย่างอร่อย ก็เลยอยากจะแนะนำเพิ่มเติมอีกนิดค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) นี่ก็คือขนมปังนะครับ
คุรุมิ และคุโรโกมะ ดูครับ
เป็นอย่างไร ใช้งาดำที่มันเหมาะสมกับขนมปัง ให้มันมีรสชาติกลมกล่อม ธรรมดาแล้วจะเป็นคัสตาร์ดใช่ไหมครับ

แต่คัสตาร์ดเฉย ๆ เสียดาย ใส่ชีสเข้าไปด้วย จะได้มีชีสคัสตาร์ดผสมกัน ก็ได้กินทีเดียว ได้สองรสชาติเลย และอันนี้ก็คือ อีกอันหนึ่งที่คนชอบกินกันนะครับ
จะเป็นถั่วแดงที่มีการบดเล็กน้อย ให้มันมีความอร่อย
ถึงการกินเป็นเม็ดถั่วแดงเหลืออยู่ครับ
(บรรยาย) น่ากินจริง ๆ เลยนะคะ น้ำลายสอเลย จากเดิมที่มีไส้ถั่วแดง ตอนนี้มีเพิ่มอีกหลายไส้ ลูกค้าก็มีทางเลือกมากขึ้น และถูกใจลูกค้าในหลาย ๆ กลุ่มมากขึ้นด้วยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่านะครับ
เพื่อที่จะดูว่าร้านไปได้ดี มีมาตรฐานสูงก็คือ… ท่านประธานตอนเช้าจะมา แล้วจะมากิน ท่านมาดูสี มาดูรสชาติว่าเนื้อมันไปได้ดีไหม แล้ว
ถ้าไม่ดีก็จะบอกทางผู้ผลิตอีกทีหนึ่งว่า มันขาดอะไร ต้องเติมอะไรบ้างครับ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) คิดดูสิคะว่า… ขนมที่เป็นที่นิยมมาถึงตอนนี้ มีเรื่องจริงที่เป็นตำนานน่าภูมิใจของทางร้าน
ดังนั้นใคร ๆ ก็อยากมาชิม เพราะเหตุผลนี้ด้วยเหมือนกันค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) เจ้าของร้านมีแผนก็คือว่า… ได้รู้จักกับคล้าย ๆ กับคนทำงานในวัง บอกว่า ทำอย่างไรให้คนทำงานในวัง เอาขนมไปให้จักรพรรดิได้เสวย เขาบอกว่ามีช่วงหนึ่งเป็นช่วงดูซากุระ ในวันที่ 4 เดือน 4 ปีเมจิ 8 ก็เอาขนมซากุระอันปังไปให้รับประทาน ปรากฏว่าจักรพรรดิบอกว่าอร่อยมาก นั่นแหละครับ
เป็นที่เริ่มต้น

[เสียงดนตรี] (ภาษาญี่ปุ่น) ท่านบอกว่าซื้อแล้วครับ
บอกที่นี่เป็นที่จักรพรรดิเมจิได้ทานครั้งแรก แล้วก็เป็นขนมปังอันปัง เป็นที่ที่จุดเริ่มต้นของขนมปังอันปังของญี่ปุ่นเลย และก็มาที่นี่ มากินซ่าทีไรต้องกินทุกที

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) จากขนมเก่าแก่มีมาเป็น 100 ปี เราไปดูอาหารมื้อหลักอีกอย่าง ที่ไม่ได้หากินกันได้ง่าย ๆ ต้องคนที่รู้ข้อมูลเท่านั้น ถึงจะดั้นด้นมารับประทาน เขาขายอะไร ตามไปกันค่ะ
(ฟูจิ) ถึงแล้วครับ
เขาเขียนป้ายใหญ่ ๆ เลย เขียนว่าอะไร ผู้รับผิดชอบการผลิตไก่ เมืองอากิตะ
เพราะฉะนั้น เมื่อเขียนแบบนี้แล้ว ก็ทำให้ลูกค้ามั่นใจที่จะมากิน เรามาถูกร้านแล้ว ไปเลย

[เสียงดนตรี] (ภาษาญี่ปุ่น) (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ไก่ของที่นี่ เขาบอกว่าเป็นไก่ประจำจังหวัดอากิตะ หากินได้ยากมาก แล้ววิธีการเลี้ยงนะครับ
เลี้ยงต้องใช้เวลานานกว่าไก่ธรรมดาถึงสามเท่า ไก่ธรรมดาใช้เวลาเลี้ยงหนึ่งเดือน
แต่นี่ใช้เวลาเลี้ยงครึ่งปี ครึ่งปีเลยหรือ รสชาติจะต่างกันอย่างไร บอกว่ารสชาติจะเข้มข้น
และเนื้อจะมีความเหนียวกว่า และรสชาติเข้มข้นกว่า

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) ไก่แบบนี้หากินยากขนาดไหน ก็ขนาดที่ทำให้ลูกค้า 60% ของร้าน ที่มุ่งหน้ามาที่นี่เพื่อกินไก่จากอากิตะ และอีก 40% เป็นลูกค้าประจำค่ะ
เพราะไก่เลี้ยงในที่หนาว การสร้างไขมัน กล้ามเนื้อก็จะต่างจากไก่ที่อื่นค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) เลี้ยงที่อากิตะก็คือ เป็นเมืองหนาวทางภาคเหนือ
เพราะฉะนั้นไก่ก็จะทนกับความหนาว ก็จะมีไขมันที่แตกต่าง เมื่อกินแล้ว เคี้ยวแล้ว มันจะมีรสชาติที่ออกมา แล้วไก่ คือไก่ที่สด ๆ นะครับ
เลี้ยงยาก เป็นโรคง่าย
ดังนั้นคนก็เลยไม่อยากเลี้ยง ราคาก็จะดีกว่าที่อื่นด้วย ไก่ดัง ๆ ของญี่ปุ่นมีอยู่ 3 ชนิด
แต่ที่นี่เป็นไก่ชนิดหนึ่ง
ซึ่งไม่ได้อยู่ในไก่ดัง ๆ 3 ชนิด คือไก่ดัง ๆ บางทีเนื้ออร่อย
แต่ซุปไม่อร่อย
ดังนั้น ของที่นี่ก็คือทั้งซุป ทั้งไก่ มันอยู่ในกลาง ๆ ก็คืออร่อยได้ทั้งคู่

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) แล้วทางร้านนำมาทำเมนูอะไรบ้าง มาดูกันนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เนื้อที่มันอร่อยนี่นะครับ
ทางญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้เขามีกฎหมายบางอย่าง ห้ามกินดิบ
แต่ที่เมืองชินนิกุสามารถกินดิบ
แต่ว่าผ่านน้ำร้อนแป๊บเดียวเท่านั้น จะได้รู้ถึงความอร่อยจริง ๆ เลย ก็คือ กึ่งดิบกึ่งสุก เป็นเนื้อที่หากินได้ยาก เพราะ
ถ้าเป็นจังหวัดอื่น เขาจะไม่ให้กิน และนี่คืออาหารประจำเมืองอากิตะก็คือ… เมืองหนาวก็จะกินของต้ม เป็นข้าวที่ย่าง แล้วเอามาต้มในนี้อีกทีหนึ่ง เป็นข้าวต้มของเมืองอากิตะ แล้วก็ผสมไก่ด้วย ก็จะมีน้ำซุปที่เป็นน้ำซุปไก่บวกข้าวต้มอยู่ข้างใน

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) ตอนนี้มาดูในครัวกันค่ะ
ว่าไก่อากิตะที่เลี้ยงมานานกว่า หน้าตาเป็นอย่างไร เนื้อจะนุ่มเหนียวกว่าจริงหรือไม่ ตามมาค่ะ
(ฟูจิ) และนี่ก็คือการหั่นไก่เฉพาะของอากิตะ ธรรมดาเลี้ยงแค่หนึ่งเดือนเท่านั้น นี่เขาเลี้ยงครึ่งปีแล้วนะครับ
เนื้อจะกลมกล่อมกว่า เนื้อจะแข็งแรงกว่า (ภาษาญี่ปุ่น) อ๋อ อันนี้คือส่วนที่อร่อย มันคือส่วนที่มีชิ้นเดียวในไก่นะครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) เขาบอกว่าไก่เนื้อที่อร่อย คือ ส่วนคอ
เพราะฉะนั้นตรงคอจะอร่อยครับ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) แล้วสรุปว่า เนื้อไก่อากิตะที่กำลังแล่อยู่นี้ จะนำไปทำเมนูอะไรที่กินได้อร่อยที่สุดคะ (ภาษาญี่ปุ่น) ข้าวโอยาโกะก็คือ… โอยาโกะ แปลเป็นไทยว่าอย่างไร โอยา แปลว่า แม่ โกะ แปลว่า ลูก ข้าวหน้าแม่ลูก ใช้เนื้อไก่บวกไข่ ก็คือใช้เนื้อทางด้านส่วนหน้าอก และก็ทางด้านขา แล้วก็ใช้ไข่ เอาไข่ของที่นี่ แล้วก็ซุปพิเศษของเขา ทั้งหมดเป็นไก่ แล้วก็เป็นไข่ของเมืองอากิตะ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) น่ากินจัง ได้วัตถุดิบสำคัญมาจากอากิตะทั้งนั้นเลย เรียกว่าเป็นอาหารประจำถิ่นจริง ๆ ไก่ย่างก็มีนะคะ โดยแยกเป็นชิ้นส่วนต่าง ๆ ทำให้ดูน่ากินยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ก็นะครับ
พอหั่นมาเป็นไก่ย่าง ก็จะเป็น
แต่ละส่วนที่แตกต่างกัน อันนี้คือโซริเดสุ ก็คือส่วนพิเศษครับ
ตัวเดียวจะมีแค่หนึ่งไม้เท่านั้น อันนี้คือคอที่น่าอร่อยก็คือ เน็กกุ โอ้โฮ อยากกินแล้ว
ถ้าพูดถึงคอ ต้องกินสิ และก็อันนี้คือ (ภาษาญี่ปุ่น) และก็หนัง ส่วนนี้คือส่วนคล้ายกับตรงปีก แล้วมันจะมีตรงเนื้อติดปีกตรงนี้หน่อยหนึ่ง เอามาใช้ นี่คือส่วนตรงนี้ครับ
และอันนี้คือโบงเบตะ
คือส่วนที่เรียกว่าตูดไก่หรือเปล่าเนอะ ก็คือในหนึ่งไม้ ตัวหนึ่งจะได้มีแค่สามไม้เท่านั้น นั่นคือส่วนตรงด้านในของต้นขา มีอยู่สามชิ้นเท่านั้นครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) และตรงนี้ก็คือส่วนไหล่ โอ้โฮ น่ากิน เห็นแล้วมีเยอะขนาดนี้ มันแบ่งชนิดออกมาทำให้เราอยากกิน ธรรมดาแล้วแบบก็ไม่ได้แบ่งอะไรมาก นี่คือแบ่งให้ละเอียดอย่างนี้ มันทำให้เราจินตนาการออกมา แล้วเราอยากกินครับ
อาหารหลายที่จะมีการหมักให้มีรสชาติ

แต่นี่ไม่มีการหมัก เทเกลือเลย แล้วก็พริกไทยเลย ให้รู้ถึงรสชาติที่แท้จริงของมัน นี่คือความคิดของการกินแบบของญี่ปุ่น ไม่ต้องผสมอะไรเยอะ กินจากรสชาติของมันเอง ให้รู้จักรสชาติของมันเอง

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) ตอนนี้ก็รอชิมนะสิคะ จะอะไร ดูพ่อครัวทำแล้ว ยิ่งน้ำลายสอค่ะ
ไก่และไข่จากอากิตะ
จะออกมาเป็นข้าวแม่ลูกอย่างไร มาดูกันค่ะ

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) โอ๊ย จะไม่ไหวแล้วนะคะ น่ากินทุกอย่างเลย จริง ๆ แล้วเราขอไปถ่ายทำ
ที่ฟาร์มเลี้ยงไก่ด้วยนะคะ
แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำ เพราะกลัวว่าเราจะนำสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ
เข้าไปในฟาร์ม แล้วไก่จะป่วยได้ค่ะ
ก็ชิมอย่างเดียวไปก่อนแล้วกันนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) ก็คือไก่มีอยู่ 3 อย่าง ก็คือ นาโงยะโคจิน คือมาจากนาโงยะเท่านั้น ซัทสึมะ ชาโมะ อยู่ทางด้านภาคใต้ก็คือ คีวชู และอีกอันคืออะไรครับ
คือ ฮิไนจิโดริ อยู่ที่อากิตะ มีอยู่ 3 จังหวัดเท่านั้นครับ
เขาก็บอกว่านะครับ
การเลี้ยงรู้สึกต้องใส่ใจมาก เรื่องอุณหภูมิด้วย
ถ้าหน้าร้อนเขาไม่กินอาหาร กินน้อยก็พยายามให้เขากินเยอะ แล้วรักษาอุณหภูมิ แล้วก็เรื่องเสียงสำคัญมาก
ถ้าเป็นเสียงที่… สมมติว่าแค่ไม้กวาดล้ม ปัง นิดเดียวนะครับ
ไก่มันจะตื่นตัว แล้วก็ชนกัน
เพราะฉะนั้นจะต้องแคร์ถึงเรื่องเสียง เรื่องอุณหภูมิ อย่าให้ไก่มันตกใจ มันจะได้ไม่หลั่งสารที่ไม่ดีออกมา

[เสียงดนตรี] (บรรยาย) อย่างที่เราเคยได้ยินมานะคะ
ถ้าไก่ตกใจ เครียด… มีผลต่อสารต่าง ๆ ที่หลั่งออกมาภายในตัวไก่ แล้วเราผู้กินนี่แหละค่ะ
จะได้รับสารเหล่านั้นเข้าไป
ดังนั้น ไก่อากิตะ จึงเลี้ยงแบบระวังเรื่องนี้มาก ไก่จึงมีความสุขและก็อยู่สบาย ทำให้ได้เนื้อดี ๆ มาให้เรากินกันค่ะ
แถมยังเลี้ยงนานถึงครึ่งปี ยอมขายได้ช้าลง
แต่ได้ความเป็นเอกลักษณ์ ที่ไม่เหมือนไก่จากภูมิภาคอื่นของญี่ปุ่นค่ะ
(ฟูจิ) อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาลองชิมดู

แต่…ก่อนอื่นต้องให้ท่านอธิบายก่อนว่า… ตรงไหนคืออะไรครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) ส่วนนี้ก็คือส่วน เรียกว่า ก้นของไก่ อันนี้ก็คือทางด้านหน้าอก เนื้อไก่ทางหน้าอก สีขาวเลย (ภาษาญี่ปุ่น) คือตรงตักนะครับ
ตรงนี้ก็คือตรงที่มีชิ้นเดียวอยู่ในร่างกาย
มีไม้เดียวครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) อันนี้คือเทบะ ก็คือตรงปีก (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) อันนี้ก็คือส่วนของทั้งหมดนี้ ทั้งหม้อนี้เป็นของมาจากอากิตะหมดเลย ไม่ว่าจะเป็นซุป ก็เป็นซุปไก่ ผักต่าง ๆ นี้มาจากอากิตะทุกอย่างเลย ในนี้จะมีข้าวที่เอามาพันกับไม้
แล้วเอามาย่าง แล้วก็มาใส่ในนี้ เอาไว้กินกัน อาหารประจำเมืองอากิตะ เพื่อทำให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงหน้าหนาวครับ
และนี่ก็คือ โอยาโกะดง ข้าวหน้าโอยาโกะ ว้าว หอมมากเลย จะทานแล้วเป็นอย่างไร ไก่ประจำเมืองของญี่ปุ่นมีอยู่ 3 ไก่นะครับ
ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ นี่คือภาคเหนือ ไก่ภาคเหนือ (ภาษาญี่ปุ่น) แม้
แต่ข้าวนะครับ
ข้าวของอากิตะเป็นข้าวที่อร่อย ใช้ข้าวอากิตะโกมาจิ ใช้ไก่ของที่นี่ เนื้อของที่นี่ด้วยครับ
ทั้งหมดเป็นของอากิตะหมดเลย บอกว่าไข่กินดิบ ๆ ได้ด้วย

[เสียงดนตรี] โอ้โฮ เนื้อไก่ และมาทำเป็นลูกชิ้นไก่ และนี่ก็คือผักของที่นี่ครับ

[เสียงดนตรี] ดูกลิ่น ดูสี กลิ่นหอมมาก สดชื่นมาก ลองกินดู ซุปก่อนเลย มีความสุขมากเลย อร่อยมาก ๆ แล้วยังไม่พอขอกินเนื้อดูก่อนเลย อร่อยด้วยซุปไม่พอ ดูเนื้อไก่เลย คุณผู้ชมลองจินตนาการดูว่าเป็นอย่างไร มันจะนุ่มหรือมันจะเหนียวอย่างไรครับ

[เสียงดนตรี] โอ้โฮ (ภาษาญี่ปุ่น) อร่อยจริง ๆ เลย เนื้อมีความแข็งแรงกว่า เหนียวกว่า
แต่ไม่เหมือนกับว่า… มันจะไม่เหนียวเหมือนไก่ที่อายุยืน หรือเป็นไก่ที่อายุมากนะครับ

[เสียงดนตรี] เลิกไม่ได้เลย คืออร่อยจริง ๆ รู้เลยว่าไก่นี้ไม่ใช่ไก่ตามท้องถนน หรือไก่ที่เลี้ยงเลย เป็นไก่ของพันธุ์ที่แตกต่าง รสชาติจะต่างกันเลย รสชาติจะนุ่มกว่า และก็เข้มข้นกว่า ขอกินอันนี้ดูครับ
มันก็คือลูกชิ้นไก่ ทำเป็นลูกชิ้นยังอร่อยเลย (บรรยาย) ตอนนี้ได้เวลาปรีดิ์เปรมแล้วนะคะ ไม่ต้องไปถึงอากิตะ ก็ได้กินอาหารอากิตะแท้ ๆ บอกตรง ๆ ว่าน่ากินมากจริง ๆ ค่ะ
นี่คือเสน่ห์ของการสร้างความเป็นเอกลักษณ์ ของอาหารพื้นถิ่นแบบญี่ปุ่นนะคะ เพราะว่า
แต่ละภูมิภาค อากาศจะไม่เหมือนกัน วัตถุดิบ วิธีการปรุง วิธีการกินก็จะต่างกันไป การเรียนรู้อาหาร ก็เหมือนการเรียนรู้วิถีชีวิตของคนไปแล้วมากมายค่ะ
(ฟูจิ) ผมมาที่อิเกบุกุโระ มาเจอคุณผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งเธอเป็นคนไทยอาศัยอยู่ที่ญี่ปุ่น มีข้อมูลดี ๆ ที่จะมาแนะนำให้กับพวกเรา ร้านนี้หรือ (กิ๊ฟ) ร้านนี้เลยค่ะ
… เอ๊ย ต่อไปผมจะได้เพื่อนแล้ว (ฟูจิ) อุ๊บเลยหรือ (บรรยาย) พบกับดูให้รู้ได้ใหม่ในครั้งหน้า กับเรื่องราวในญี่ปุ่น ที่คุณไม่เคยเห็น ดูให้รู้ รู้ให้ลึก สวัสดีค่ะ

Related Post

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *