9 ความเชื่อการเลี้ยงเด็ก (ที่ไม่รู้จริงไม่จริง)

239 0

(พญ.รัชดา เกษรมทรัพย์ แพทย์ชำนาญการ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี) ในน้ำนมแม่จะมีน้ำอยู่แล้ว 88% เพราะฉะนั้น 6 เดือนแรกเนี่ย เราจะให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียว ไม่ให้กินน้ำเลย เพราะในนมแม่ก็มีน้ำเพียงพออยู่แล้ว ช่วง 1 เดือนเนี่ย กระเพาะแค่ ขนาดเท่าไข่ 1 ฟองเท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้ากินน้ำเข้าไปมันก็จะกินที่กระเพาะ ก็จะทำให้เด็กกินนมและข้าวได้น้อยลง อาจจะมีปัญหาทำให้ เกลือในเลือดต่ำ แล้วก็ป่วยเป็นโรคได้ด้วย (พญ.ฉัฐฐิมา เสาวภาคย์ ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาลพระรามเก้า) แต่ก็จะมีคำถามว่า แล้วกินนมผสมล่ะ ต้องกินน้ำตามหรือเปล่า? จริงๆ ก็เหมือนกันเลย มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกินน้ำตาม เนื่องจากในนมผสม ก็จะเห็นว่า คุณพ่อคุณแม่ก็ชงน้ำเยอะอยู่แล้ว ถูกไหมคะ? ประมาณ 50% กับนมเลยแหละ เพราะฉะนั้นน้ำเยอะอยู่แล้ว ก็ คงไม่มีความจำเป็นต้องกินน้ำตามเลย แต่เมื่อไรที่กินอาหารตามวัยแล้ว อย่างเช่น 5-6 เดือนขึ้นไป อันนี้กินน้ำตามได้ ไม่มีปัญหา ปัสสาวะมาเช็ดนี่ยิ่งไม่แนะนำเลยค่ะ เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะเอาเด็กอายุไม่กี่วันไปกวาดลิ้นเนี่ย เคยเจอเลยว่าเด็กมีภาวะหยุดหายใจ แล้วก็ติดเชื้อในกระแสเลือด อันตรายค่อนข้างจะถึงชีวิตเลย แล้วรสชาติก็ไม่ดี อาจจะทำให้ ขมลิ้น แล้วยิ่งไม่ยอมกินนมใหญ่เลย เพราะฉะนั้นก็คือ ห้ามทำน่ะค่ะ ใช้ผ้าสะอาด ชุบน้ำต้มสุก แล้วก็เช็ดเบาๆ บริเวณเหงือก กระพุ้งแก้ม ลิ้น เพดานปาก เพื่อป้องกันเรื่องคราบน้ำนม หรือว่าเชื้อราในช่องปาก คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่า (พญ.ปิยนุช ธนชยานนท์ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์) เริ่มดูลักษณะค่อนข้างหนา เป็นปุยสีขาว หรือว่ามี รอยพื้นแดงๆ ชัดขึ้นนะคะ อันนั้นอาจจะเป็นอาการเตือนของเชื้อราในช่องปาก โดยเฉพาะถ้าเกิดว่าลูกมีอาการ ดูดนมแล้วร้องนะคะ อาจจะเป็นอาการเจ็บได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องรีบไปปรึกษากุมารแพทย์ เพื่อรับยาในการรักษาเชื้อราด้วยนะคะ เราไม่แนะนำให้เด็กนอนคว่ำด้วยซ้ำ ในเด็กทารกแรกเกิด เนื่องจากว่า เขาอาจจะมีหน้าจมที่นอนค่ะ แล้วก็อาจจะหยุดหายใจจากเรื่องการนอนคว่ำได้ ถ้ากลัวลูกหัวจะไม่ทุยจริงๆ เนี่ย อยากจะจับเขานอนคว่ำ ก็ต้องนอนคว่ำในที่ที่มีผู้ใหญ่ดูตลอดเวลา แล้วผู้ใหญ่ที่ดูเนี่ยตื่นด้วยนะ ไม่ใช่ว่าผู้ใหญ่ก็หลับไปพร้อมกับเด็ก พ้น 3 เดือนไปแล้ว เด็กเขาเริ่มกล้ามเนื้อคอแข็งขึ้น อาจจะจับนอนคว่ำได้บ้าง เป็นครั้งคราวค่ะ ตอนอยู่ในท้องแม่ลูกก็จะต้องงอแขนงอขา เพราะว่าพื้นที่จำกัด แต่พอคลอดออกมาเนี่ย เด็กก็อาจจะดูขาโก่งบ้างเล็กน้อย ซึ่งเป็นสภาวะธรรมชาติของเด็กอยู่แล้ว ที่จะดูขาโก่งในช่วง 2 ปีแรก จากนั้นพอเขายืนเขาเดินเนี่ย กระดูกกับกล้ามเนื้อมันจะยืดเหยียดไปเอง เด็กก็จะขาตรงในที่สุด ประมาณสัก 2-3 ขวบ จะให้เกิดมาแล้วตรงเป็นนางสาวไทยเนี่ย ก็คงเป็นไปไม่ได้ ไม่มีเด็กคนไหนเขาเป็นกัน แต่ถ้าอายุ 3 ขวบแล้วยังคงขาโก่งอยู่ อันนี้อาจจะเป็นโรคได้ ก็แนะนำให้มาตรวจ ที่อยากเตือนอีกเรื่องหนึ่งคือ การใช้รถหัดเดิน ที่บางครั้งจะมีการใช้รถหัดเดิน ตั้งแต่อายุประมาณสัก 6-7 เดือน ซึ่งเด็กยังเดินไม่ได้จริงๆ แนะนำว่า ไม่ควรให้ใช้ เพราะว่าอันตรายอาจจะเกิดขึ้นได้ มากกว่าที่เราคิดไว้น่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุจากล้อรถที่มี หรือว่า การเดินที่อาจจะทำให้เดินผิดปกติได้ ถ้าเป็นรถหัดเดินเนี่ย บางครั้งเด็กอาจจะเดินด้วยปลายเท้า เพราะฉะนั้น แนะนำว่าไม่ควรใช้ (รถหัดเดิน) ตั้งแต่ตอน 6-7 เดือน ปลอดภัยที่สุดค่ะ ก็..ยังไม่ได้มีรูปแบบของงานวิจัยที่รองรับ ชัดเจนว่ามีผลประโยชน์อย่างน่าเชื่อถือค่ะ มีการค้นพบว่ามีสาร Anthocyanin ที่อาจจะช่วยได้ ก็ยังคงเป็นเพียงแค่คำแนะนำ ในระดับว่าอาจจะมีประโยชน์ค่ะ ลูกหมอก็ทำนะคะ (555) แต่ถามว่า ตัวอัญชันเองเนี่ย เขียนคิ้ว อันนี้ไม่ห้ามค่ะ ยกเว้นว่า ถ้าเอามาเขียนปุ๊บ 3-4 วันแล้วเกิดผื่นแดงตรงบริเวณที่เขียน อันนี้แสดงว่าอาจจะเกิดจากการแพ้ ก็ควรจะหยุดใช้ค่ะ แต่ถามว่า ถ้าเกิดว่าเขียนไปแล้วไม่มีปัญหา อย่างเช่น ไม่เกิดผื่นแดง อันนี้ไม่มีปัญหา สามารถใช้ได้ค่ะ ห้ามเด็ดขาดเลย! เพราะว่า ถ้าเกิดว่าอุปกรณ์ที่เราใช้เล็ม พวกกรรไกรเนี่ยไปโดนตา กระจกตาเป็นแผลและตาบอดได้ ไม่คุ้มกับการที่ขนตายาวเลย ความยาวมันจะยาวไปถึง ระดับตามที่พันธุกรรมกำหนด แล้วก็ขึ้นกับเชื้อขาติด้วย เด็กก็คงจะไม่ได้อยู่นิ่ง ให้เราตัดได้ง่ายๆ อันตรายด้วย นี่ก็ไม่ใช่ความคิดที่ถูกเหมือนกัน ถ้าเด็กไม่พูด หันกลับไปดูตัวเองว่า ยื่นหน้าจอให้เด็กมากเกินไปหรือเปล่า? อย่างเช่น ให้เด็กเล่นโทรศัพท์ หรือเด็กเล่นไอแพด ดูทีวี อันนี้ไม่ให้เลยค่ะ อันนี้เป็นปัจจัยหนึ่งมากๆ ในปัจจุบัน ที่เราเจอเยอะว่าทำให้เด็กไม่พูด เพราะว่าทำให้เขาสื่อสารทางเดียว และไม่มีการโต้ตอบ สื่อพวกนี้มันจะพูดเร็ว มันจะไม่เหมือนกับที่เราสนทนากัน พ่อ แม่ ลูก ก็จะทำให้เด็กจับคำไม่ได้ แล้วเด็กก็พูดช้า แล้วก็สมาธิสั้นด้วยเพราะว่าภาพบนจอเนี่ยมันจะเปลี่ยนเร็ว ความจริงแล้วหลักการเนี่ย 2 ปีแรกเราไม่ให้เด็กอยู่กับพวก สื่อเหล่านี้เลยด้วยซ้ำไป อย่าเสียเวลาไปจับกบเลย พามาตรวจที่โรงพยาบาลน่าจะดีกว่า จริงๆ แล้วไม่ได้ทำให้เกิดอาการท้องอืดแต่อย่างใดนะคะ เป็นการช่วยนวดกระตุ้นสัมผัส กระตุ้น Sensory ด้วยต่างหาก แล้วก็ทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี สามารถทำได้ค่ะ ไม่ได้มีผลอันตรายแต่อย่างใด จริงๆ ในเด็กทารกนะคะ โดยเฉพาะ 3-4 เดือนแรกนี่ย อาการท้องอืดส่วนใหญ่ จะมาจากการกินนม การย่อยนมนะคะ ก็…ทำได้ตั้งแต่การจัดท่า ช่วยจับโยก เรอบ่อยๆนะคะ หรือการนวดหน้าท้องหลังจากจับเรอไปแล้วก็ใช้ได้ค่ะ เราย้ำว่า 6 เดือนแรกเนี่ย ห้ามเด็กกินอาหารอย่างอื่นเลย นอกจากนมสำหรับทารกเท่านั้น ซึ่งก็คือนมแม่ หรือถ้าไม่ได้กินนมแม่ ก็เป็นนมผสมสำหรับทารกเท่านั้น ถ้ากินกล้วยหรือว่า อาหารอย่างอื่นเนี่ยก่อนอายุ 6 เดือน ก็จะมีความเสี่ยงต่อการที่จะเกิด ภาวะลำไส้อุดตันได้ เพราะว่าตอนนั้นเนี่ยเด็กยังเล็กอยู่ น้ำย่อยยังคงทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนกับผู้ใหญ่ ยังไม่สามารถจะย่อยอาหารอย่างอื่นนอกจากนมได้ ยิ่งแต่ก่อนเนี่ยคุณย่าคุณยาย ชอบป้อนกล้วยให้เด็กตั้งแต่อายุเดือนนึง อะไรแบบนี้ ก็ทำให้มีปัญหาลำไส้อุดตัน แล้วบางคนเนี่ย ต้องไปผ่าด้วย พอผ่าก็จะเห็นชิ้นกล้วยออกมาเลย ที่ย่ายายให้กิน ฉะนั้นก็คือ ถ้าช่วง 6 เดือนแรก ไม่แนะนำให้กินอาหารอะไรอย่างอื่นเลย นอกจากนมแม่ หรือว่า นมผสมสำหรับทารกโดยเฉพาะค่ะ พอดีต้องออกตัวก่อนว่า หมอเป็นหมอโรคภูมิแพ้นะคะ ปกติเนี่ย เราคงจะต้องแนะนำ ในการป้องกันภาวะเกิดภูมิแพ้ เพราะว่าเราเจอเด็กแพ้อาหารเยอะขึ้นในปัจจุบัน ดังนั้น ปกติเราแนะนำให้เด็ก กินอาหารเสริมที่อายุ 6 เดือน แต่ว่าในเรื่องของภูมิแพ้เองเนี่ย เราแนะนำให้เด็กกินที่อายุ 4-6 เดือน เพื่อให้ภูมิคุ้มกันของเขารู้จักกับอาหาร แล้วก็ทำให้เด็กสามารถชนะการแพ้อาหารนั้นได้ ปกติหมอจะให้กินที่ประมาณ 5 เดือน โดยที่ค่อยๆ กินอาหารที่แพ้น้อยก่อน กล้วยก็อยู่ในนี้ค่ะ แต่ว่าเวลาที่ให้เริ่มกินเนี่ย คงเริ่มกิน ข้าวบดผสมกับผักต่างๆ ก่อน กินข้าวกับผักกาดขาว ประมาณสัก 2-3 วัน เด็กไม่มีปัญหาอะไร สบายดี ก็เปลี่ยนไปกินผักใบเขียว อย่างเช่น ผักบุ้ง ผักตำลึง ตามความเชื่อโบราณได้เลย อันนี้ไม่มีปัญหา เพราะมีว่าประโยชน์ทั้งหมด หลังจากครบไป 2 อาทิตย์ ค่อยกินเป็นผักที่มีสีส้ม อย่างเช่นฟักทอง กินแครอท แล้วอาทิตย์ที่ 4 ก็กินกล้วยค่ะ เพราะว่ากล้วยก็ยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ แต่คงไม่แนะนำให้กินก่อนอายุหน้านี้ อย่างเช่น 3 เดือน เพราะว่าลำไส้เด็กยังไม่มีน้ำย่อย เอาไว้ย่อยอาหารประเภทกล้วย นะคะ แล้วก็อาจจะทำให้เกิดภาวะอุดตันของลำไส้ได้

Related Post

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *