เชฟซูชิผู้หญิง ความแตกต่างที่ลงตัว

46 0

(บรรยายหญิง) คุณเคยกินซูชิ
แบบที่เชฟทำให้กินกันต่อหน้าไหม เคยเห็นเชฟที่เป็นผู้หญิงบ้างหรือไม่ น่าจะยาก
แต่วันนี้เราจะพาเธอคนนั้น มาให้คุณได้รู้จักกันค่ะ

[เสียงดนตรี]

[เสียงดนตรี]

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) มีใครไปญี่ปุ่น แล้วไม่อยากลองกินซูชิแบบนั่งที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วให้เชฟปั้นให้เรากินแบบสด ๆ บ้างคะ มันน่าลองใช่ไหมล่ะคะ เพราะว่าจะได้เห็นด้วยว่า เชฟเขาทำกันอย่างไรบ้าง กว่าจะได้ออกมาสักชิ้นหนึ่ง นี่ค่ะ
ตามฟูจิเซ็นเซกับพี่นที ไปลองดูสิว่า ซูชิร้านแบบนี้ กินแล้วอร่อยกว่าอย่างไรค่ะ
(ฟูจิ) ไหน ๆ มาญี่ปุ่นแล้ว
ก็ต้องมากินซูชิสิครับ
เขามีศิลปะในการปั้นอย่างไร วัฒนธรรมในการกิน
วัฒนธรรมในการปั้น (นที) เป็นอาชีพอย่างนี้ นานไหมกว่าจะเป็น โอ้ แล้ว
แต่คน
บางทีก็ห้าปี บางคนก็เจ็ดปีเนอะ เป็นอาชีพเฉพาะผู้ชายเลยนะ พี่ว่านะ ใช่ เพราะว่าอะไร
เพราะว่าทำงานยืนทั้งวัน เหนื่อย ใช้พลังงานเยอะ ไม่ค่อยได้เห็นผู้หญิงทำกันครับ
มีไหมร้านผู้หญิงอย่างนี้ จินตนาการไว้เหมือนกันนะ

ถ้ามีผู้หญิงที่แบบ
แต่งตัวสวย ๆ แล้วปั้นซูชิจะโดดเด่นนะ ต้องเสิร์ช อินเทอร์เน็ตดู คุณผู้ชมตามพี่ทีไหม คือเราจะไปดูร้านซูชิที่มีคนปั้นเป็นผู้หญิง จะได้อร่อยตา อร่อยใจ และอร่อยกายด้วย อร่อยลิ้นไม่พอ เดี๋ยวดูนะ ซูชิ นี่ ๆ โอ้ นี่ ๆ โอ๊ย นักปั้นซูชิใส่กิโมโน เคยเห็นไหมคุณผู้ชม เป็นผู้หญิงด้วย จะเป็นร้านแบบไหนเนอะ อยู่แถวไหนนี่ อยู่ใกล้ ๆ ด้วยพี่ ชิซึอิ ยูกิ
โอ้… นักปั้น ชิซึอิ ยูกิ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) กินซูชิไป นั่งดูเชฟปั้นไป
เกิดไอเดียกันเลยนะคะ
ดังนั้น เราก็จะไปถามหาซูชิร้านนั้นกันค่ะ
ร้านที่ทั้งร้านมี
แต่พนักงานผู้หญิง ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติของร้านซูชิ เพราะ
ถ้าพูดถึงเชฟซูชิ เราก็จะเห็น
แต่ผู้ชายค่ะ

ดังนั้น ร้านนี้ต้องมีอะไรดีแน่ ๆ ถึงได้มี
แต่เชฟและพนักงานผู้หญิงค่ะ
ปัจจุบันนี้ผมอยู่ที่สถานีรถไฟโอคุโบะ กำลังเดินทางไปอากิฮาบาระ เพื่อจะไปเจอนักปั้นซูชิ ธรรมดาแล้วการปั้นซูชิมันไม่เกี่ยวกับผู้หญิง เป็นงานของผู้ชาย
แต่ที่นี่เป็นการปั้นแบบสุภาพสตรี เป็นอย่างไร สุภาพสตรีซูชิ ไปดูกันดีกว่าเกิดมาไม่เคยเห็น อิกิมาโช ไปกันครับ

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) การปั้นซูชิธรรมดาแล้ว
ผู้ชายเป็นคนปั้น ไม่เคยมีประวัติศาสตร์ผู้หญิงปั้นครับ
ไม่ธรรมดา การแหวกแนวแบบนี้ ทำให้เกิดการตลาดที่ดี สร้างแบรนด์ใหม่ ไปดูกันว่า แบรนด์เขาเป็นอย่างไร อิกิมาโช

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ลองจินตนาการกันนะคะว่า คุณผู้หญิงหน้าตาสวยท่านนี้ จะมายืนปั้นซูชิให้เรากิน คงจะรื่นรมย์น่าดู เธอบอกว่า เมื่อเก้าปีก่อน บริษัทจัดหางานที่เธอทำงานอยู่ มีไอเดียอยากจะเปิดร้านซูชิ ที่ใช้พนักงานผู้หญิงบ้าง จึงทดลองดูค่ะ
และปรากฏว่า
ก็ได้รับการตอบรับอย่างดี จนเปิดดำเนินการมาแล้วถึงเก้าปี และยังมีลูกค้าแน่นตลอดเลยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) การทำงานของผู้ชายกับผู้หญิง
ต่างกันขนาดไหนครับ
บอกกันตรง ๆ คือไม่เหมือนกันเลย คือ ผู้ชายจะเป็นคนที่มีร่างกายที่ใหญ่กว่า
และแข็งแรงกว่า ทำงานได้หนักกว่า ทำงานได้นานกว่า
แต่ผู้หญิงจะมีร่างกายที่เล็กกว่า คือ จะทำงานได้เบากว่า
แต่ในที่นี้เธอจะมีความละเอียดอ่อน
ในการทำงานมากกว่า และก็จะคิดวิธีการคุยที่นิ่มกว่า นุ่มนวลกว่า จะมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน ของผู้หญิงจะมีความละเอียดกว่า หรือไม่ก็การวางตำแหน่ง หรือการทำศิลปะต่าง ๆ ก็จะต่างกันครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) พอเราถามลึก ๆ ลงไปถึงเรื่องความแตกต่าง
ระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย เกี่ยวกับการปั้นซูชิ ว่าทำไมใคร ๆ ก็คิดว่าผู้ชายจะเป็นเชฟซูชิได้ดีกว่า มาฟังคำตอบกันค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ถามว่าการปั้นซูชิ
สำหรับผู้หญิงกับผู้ชาย จะปั้นแล้วได้ซูชิที่ต่างกันไหม เธอบอกว่า ไม่แตกต่างกัน ผู้หญิงที่มือใหญ่เหมือนใบลานก็มี ผู้ชายที่มือเล็กก็มี
ดังนั้นนะครับ

ทุกคนจะปั้นเหมือน ๆ กัน อยู่ที่ความแตกต่างของ
แต่ละคน แล้วที่มีคำที่บอกว่า เป็นที่ถูกดูถูก หรือเป็นคำที่บอกว่าเป็นการนินทา ว่าผู้หญิงเป็นคนที่มีมือที่อุ่น ปั้นซูชิแล้วจะไม่เหมาะสมกับการปั้นซูชิ
เป็นเรื่องที่ผิด มือผู้หญิงที่ถูกกล่าวหาว่า มืออุ่นปั้นซูชิไม่อร่อย
อันนี้เป็นเรื่องที่ผิดครับ
ซึ่งปัจจุบันนี้ยังมีคนหลายคนที่เข้าใจผิด และก็เขียนอยู่ในเน็ตบอกว่า ผู้หญิงไม่เหมาะสม
กับการปั้นซูชิเพราะมืออุ่น เป็นเรื่องที่ผิดอย่างมหันต์เลยนะครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) สรุปว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดนะคะ ว่าอุณหภูมิและลักษณะมือของผู้ชาย จะปั้นซูชิได้ดีกว่าผู้หญิง เธอยืนยันว่าไม่เป็นความจริงค่ะ
ซึ่งเดี๋ยวเราจะได้พิสูจน์กันที่ร้านนี้แหละค่ะ
ว่าจะจริงแท้แค่ไหน

แต่…

เนื่องจากความคิดเดิม ๆ ของคนญี่ปุ่น เกี่ยวกับคนปั้นซูชินี่แหละค่ะ
ที่ทำให้เราสงสัยต่อไปว่า ลูกค้าที่ตั้งใจมาพิสูจน์ซูชิ ที่ปั้นด้วยพนักงานผู้หญิงทั้งร้านแบบนี้ เขามีจินตนาการอะไรไว้บ้างคะ

[เสียงดนตรี]

(ฟูจิ) การที่เป็นนักปั้นซูชิผู้หญิงนะครับ
มีข้อดีข้อเสียหรือมีคำพูดจากลูกค้าอย่างไร
ก่อนอื่นขอคุยถึงเรื่องดีก่อนครับ
ก็คือว่า คนที่จะมาทานร้านนี้ ได้รู้จักจากเน็ต ได้รู้จากที่โน้นที่นี่ ก่อนมาจะมีอิมเมจหลายอย่าง เช่น เป็นผู้หญิงที่หน้าตาสดใส
แล้วมาปั้นหรือเปล่า หรือจะไม่
แต่งหน้าให้ทำตัวแบบผู้ชาย
แล้วมาปั้นซูชิหรือเปล่า แล้วมาแล้วได้เห็น ก็ทำให้ตื่นเต้น และก็ได้เห็นความสวยงามซึ่งเป็นผู้หญิง แล้วปั้นซูชิ เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วได้ทานด้วยความอร่อย อร่อยตา และอร่อยใจ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) นี่แหละค่ะ

ที่เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งในการดึงดูดลูกค้า คือแสดงความอ่อนหวาน
แต่เข้มแข็งของผู้หญิงออกมาเต็มที่ ซึ่งเราเห็นได้ง่าย ๆ จากแววตา และก็การพูดจาของเธอ ที่มีความมั่นใจในสิ่งที่ทำมาก ๆ เลยนะคะ ก็ไม่น่าแปลกใจที่ลูกค้าจะติดใจซูชิ และการบริการของร้านนี้ค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) เธอบอกนะครับ
ว่า ตอนนี้เธอจับโต๊ะ จับเขียง เธอจะไม่จับมือถือ
แต่วันนี้เธอบอกว่า ขออนุญาตจับมือถือ และเธอจะล้างมือ ขนาดละเอียดขนาดนี้ เธอพูดกับเราอย่างนี้ เพราะมีคนเขียนเกี่ยวกับเรื่องลบ ๆ ทำไมผู้หญิงปั้นซูชิไม่ได้หรือ แล้วซูชิธรรมดาต้องใส่ชุดสีขาว ทำไมผู้หญิงเป็นอย่างนี้ แล้วทำไมต้องเป็นอย่างนั้น แล้วต้องมีผ้าปิดและต้องห้าม
แต่งหน้า และก็เกี่ยวกับเรื่องเสื้อนะครับ
ไม่จำเป็นต้องใส่สีขาวก็ได้นี่ ซักเสื้อทุกวัน ไม่เห็นต้องสีขาวเลย จำเป็นต้องสีขาวหรือ นี่คือการเปลี่ยนแปลงของยุค
แต่ก็ยังมีคนนะครับ
เขียนในทวิตเตอร์ บอกว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี ยอมรับไม่ได้อีกนะครับ
เรามาดูกันว่าเธอได้รับคำที่กล่าวหา และเธอก็รู้สึกว่าไม่สบายใจอย่างไร มาดูกันครับ
(ภาษาญี่ปุ่น)

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ต้องยอมรับว่าโซเชียลมีเดีย มีพลังมากในสังคมปัจจุบันค่ะ
แล้วสรุปว่า
มีการพูดเกี่ยวกับร้านซูชิเชฟผู้หญิง ไว้ในโลกโซเชียลอย่างไรบ้างคะ (ภาษาญี่ปุ่น) ครับ
ก็คืออย่างนี้ครับ
ก็เขียนในทวิตเตอร์ เขียนมาว่าอย่างไรครับ
การที่ยังมียุคบางยุค
ยังดูถูกผู้หญิงนะครับ
ว่า มืออุ่น ไม่เหมาะสมกับการปั้นซูชิบ้าง หรือไม่ก็บอกว่า
ที่เธอออกมานี่ก็คือ บอกว่าเธอไม่น่ารัก
ถ้าไม่น่ารักไม่มีสิทธิ์ในการปั้นอะไรอย่างนี้
ถ้าเราผู้หญิงแล้วถูกว่าแบบนี้
จะรู้สึกอย่างไรครับ
และก็บอกอีกครับ
ว่า ยืนอยู่ข้างหน้า

แต่ข้างหลังลุงเป็นคนปั้นอยู่ใช่ไหม อะไรอย่างนี้ แบบเขียนทางลบ ๆ เธอก็เลยรู้สึกช็อก ขนาดทำมาเก้าปีแล้ว
เธอรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) แล้วเมื่อมีคนโจมตี
เกี่ยวกับประเด็นทางเพศในงานปั้นซูชิ เธอตอบคนเหล่านั้นว่าอย่างไรคะ (ภาษาญี่ปุ่น) เธอบอกว่า
ความเป็นผู้หญิงคือความอดทน ไม่ว่าจะถูกว่า ถูกกล่าวหาอย่างไร เธอจะยิ้มและก็อดทน

แต่…

ถ้าทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ เธอบอกว่า
มันจะทำให้พนักงานของเธอรู้สึกท้อ และก็ไม่กล้าแสดงออกว่าการทำงานอยู่ที่นี่ เป็นการทำงานที่น่าเปิดเผย หรือมีเกียรติ เธอก็บอกว่า ตอนนี้เปลี่ยนแปลงแล้ว คือว่า
ถ้าใครดูถูกเธอ
หรือเขียนทางทวิตเตอร์ เธอก็จะเขียนตอบกลับไปว่า ฉันทำงานเต็มที่นะ
ถ้าอย่างไรก็ลองมาทานดูนะคะ
อะไรอย่างนี้ครับ
ก็คือเป็นการพูดให้กำลังใจ และก็พยายามไม่ให้เกิดเรื่อง และถามว่ามีลูกค้าที่มานั่ง
แล้วมาพูดกับเธอไหม พูดไม่ดีกับเธอไหม ก็อย่างเช่นนะครับ
มีลูกค้าแบบว่าชอบพูดเล่นกับเธอ บอกว่าเธออ้วน เธอไม่สวย เธอไม่มีสิทธิปั้น ก็คือเธอก็ย้อนกลับมาว่า
ถ้าเธอยิ้มเฉย ๆ
จะทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าท้อ เธอก็เลยยิงกลับคืนไปว่า คุณสามารถพูดอย่างนี้
กับผู้ชายคนอื่นได้ไหม ว่าไม่หล่อ คุณก็ไม่กล้าพูดใช่ไหม แสดงว่าคุณเป็นคนแบบไหน นี่ใช้วิธีการพูดย้อนกลับไปแบบนี้

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) เป็นเรื่องที่ท้าทายมากเลยนะคะ ที่จะต้องรักษาทั้งเกียรติของตัวเอง และก็ทำให้พนักงานในร้าน
มีความเชื่อมั่นในงานที่กำลังทำอยู่ และที่สำคัญ จะต้องตอบโต้
ในแบบที่ไม่ทำให้เสียลูกค้าด้วย เธอต้องรับศึกหลายด้านจริง ๆ ค่ะ

แต่ว่าเวลาเก้าปีที่ผ่านมา เธอก็ได้พิสูจน์แล้วว่า เธอทำได้ค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) การปั้นซูชินะครับ
จะบอกว่า แค่ซาวข้าวในสมัยก่อน
ต้องซาวข้าวถึงสิบปี บางคนอายุหกสิบปี ถึงจะได้ยืนทำงานปั้นซูชิครับ

แต่ปัจจุบันนี้โลกใหม่เกิดขึ้น ก็คือคนไม่พอ คนที่ไม่เก่งก็จะทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยไปก่อน
แต่ว่า
ถ้าจะทำแบบนี้ได้ ใช้เวลาประมาณสามปี สองถึงสามปีครับ
เธอบอกแบบนี้ครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) และไม่ใช่แค่
ระยะเวลาในการฝึกฝน กว่าจะมาเป็นเชฟซูชิที่หดสั้นลง ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
แต่การ
แต่งกายของเธอ ก็เปลี่ยนแปลง
ไปจากโลกของเชฟซูชิเดิม ๆ ด้วยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ชุดที่ใช้ในปัจจุบันที่ในร้านธรรมดา จะเป็นชุดสีขาว ผู้ชายก็จะโพกหัว ใส่หมวก ไม่ให้ผมตกลงมา
แต่ของเธอเป็นอย่างไรครับ
ของที่นี่ ก็คือการใส่ชุด (ภาษาญี่ปุ่น) เธอบอกว่าตอนนี้คือหน้าหนาว จะใส่เสื้อข้างในตัวหนึ่ง และก็ไม่ให้แขนตกลงมา ก็คือการใช้เชือก เรียกว่า ทาซึกิ ทาซึกิ (ฟูจิ) ใช้ทาซึกิ คือการใช้เชือกสีชมพู
ดึงให้เสื้อถกขึ้นมา จะได้ทำงานได้สบาย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) เสื้อผ้าก็แปลกไปจากเดิมแล้ว การ
แต่งหน้าก็นับว่า
เป็นเรื่องที่แปลกไปด้วยนะคะ เพราะปกติเชฟที่ทำอาหารจะไม่
แต่งหน้า
แต่เธอจัดมาเต็มเลยค่ะ
เพื่อให้ลูกค้าสบายตา รื่นรมย์ในเวลาที่ดูเธอทำงาน
แต่ว่าก็ต้องระวังไม่ให้เครื่องสำอาง ปนเปื้อนในอาหารได้
ดังนั้น เธอจึงมีการฉีดสเปรย์ทั้งหน้าและก็ผม เพื่อบล็อกทุกอย่างอยู่กับตัวแบบนั้น ไม่ให้ตกหล่นลงไปในอาหารแน่ ๆ ค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) โอ้โฮ ครับ
ก็คือว่า นอกจากนั้นแล้ว
ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นพลัง นี่คือคอนเซ็ปต์เลย ตอนนี้เธอมีร้านซูชิที่เป็นผู้หญิงแล้ว ทำอย่างไรต่อ เธอบอกว่าเธอเปิดโรงเรียนแล้ว โรงเรียนสอนปั้นซูชิ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) โรงเรียนสอนปั้นซูชิที่ว่า
ก็คือที่ร้านนี้เองค่ะ
เพราะในช่วงเช้าที่ร้านยังไม่เปิด และถึงเปิดลูกค้าก็จะน้อย
ดังนั้น เธอจึงใช้ช่วงเวลานี้
ให้เป็นประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้เรียนรู้ค่ะ
คุยกันมานาน ตอนนี้ได้เวลาให้เธอแสดงฝีมือกันแล้วค่ะ
ซึ่งตอนนี้ร้านยังไม่เปิด
ดังนั้น ฟูจิเซ็นเซจะได้รับการบริการ แบบปิดร้านนี้เพื่อคุณคนเดียวเลยค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ที่น่าแนะนำ เธอบอกว่ามีฟูลคอร์สครับ
ฟูลคอร์ส ก็คือมีหลายเซตอยู่ในนี้เลย นี่อยู่ในราคาห้าพัน นี่ ๆ มีเซตผักด้วยนะ คนที่มาร้านซูชิ ผมเจอบ่อย ๆ ก็คือ เวลามาร้านซูชิแล้วไม่มีผักกิน รู้สึกว่าท้องผูก เพราะกิน
แต่ปลากับข้าว มีชุดผักด้วยนะ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) สั่งอาหารเสร็จแล้ว ตอนนี้ได้เวลานั่งเพลิน ๆ ดูเธอทำซูชิให้ฟูจิเซ็นเซแล้วค่ะ
มาดูลีลาของผู้หญิงปั้นซูชิกันค่ะ
การปั้นซูชิหรือการทำ ผมว่านะ ในมุมมองก็คือ
สนุกกว่า สวยกว่า มันขลังกว่า และมันมีความสุขกว่า สะอาดตา สบายใจ (บรรยาย) เธอทำงานได้คล่องแคล่ว
รวดเร็วมาก ๆ เลยนะคะ เวลาไม่นาน ซูชิที่เราสั่งก็เสร็จเรียบร้อย นี่คือการทำงานที่ไม่ต่างจากผู้ชายเลยค่ะ
(ฟูจิ) จากประสบการณ์ที่เคยถ่ายทำมา
และเคยกินมา นี่เป็นอีกสไตล์หนึ่งของความเป็นซูชิ
ที่ปั้นแบบคุณผู้หญิง ของญี่ปุ่น อาหารญี่ปุ่น ไม่ใช่ว่าจะอร่อยปากอย่างเดียวนะ คืออร่อยตา เป็นสิ่งสำคัญด้วย และก็พยายามดูสิครับ
ว่า เธอจะวางเรียงซูชิให้เป็นสีต่าง ๆ อร่อยปากไม่พอ
ต้องอร่อยตาและอร่อยใจด้วย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) นอกจากจะปั้นอย่างชำนาญแล้ว ความสะอาดก็สำคัญนะคะ เพราะลูกค้าเห็นทุกอย่างที่เชฟทำ ทุกขั้นตอนทุกเม็ดจริง ๆ ค่ะ
แถมยังนั่งจ้องระยะประชิดอีกด้วย
ดังนั้น ไม่ควรพลาดอะไรสักอย่างเลยนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) คิดดูนะครับ
ว่า กว่าจะเสร็จได้ เธอใช้เวลาประมาณ 15 – 20 นาที เพื่อที่จะได้อาหารจานหนึ่งนี่ ใช้เวลานานมาก
ถ้าเป็นพวกราเมงหรืออย่างอื่น ประมาณ 2 – 3 นาทีก็เสร็จแล้ว นี่ครับ
ช่วงที่เรารอ 20 นาทีนี้ ก็คือได้ออกมาเป็นจานอย่างนี้แล้ว
แต่มีวิธีการใหม่สำหรับคนที่รอไม่ไหว คือไม่อยากให้ลูกค้ารอ ความใส่ใจอย่างหนึ่งก็คือ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) การปั้นทีละก้อน ๆ ให้ทีละก้อนก็ได้ หรือออกมาเป็นทั้งชิ้นเลย หรือปั้นทีละก้อน
เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องรอนาน (บรรยาย) ตอนนี้เธอจะอธิบายวัตถุดิบ
ที่เธอคัดสรรมาอย่างดี ให้เราได้รู้รายละเอียด จะได้กินอร่อยกว่าเดิมค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) ซูชิหรือของกินจะอร่อยได้ ต้องมีอารมณ์เข้าไปข้างใน อารมณ์ในที่นี้คือ เธอบอกว่าเวลาจะปั้นซูชิ จะถามลูกค้าก่อนว่าผมมาจากไหน
จะถามลูกค้าก่อน นี่คือเคล็ดลับข้อที่หนึ่ง
ก็คือคุณมาจากไหน และก็บอกว่าซูชิในวันนี้ เธอได้ซูชิของดีมาจากที่ไหน และสตอรี่
แต่ละชิ้นมันหมายถึงอะไร (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) และนี่คือ คัตสึโอะ นะครับ
ปลาคัตสึโอะ เธอบอกว่าเธอไปที่ตลาด
แล้วเธอได้ปลาดีมา แล้วก็วันนี้จะกินแบบใช้เกลือไม่ได้ใช้ซีอิ๊ว แล้วส่วนตัวนี้ (ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เป็นปลาอาจิชนิดหนึ่ง เธอบอกว่าจะใช้เครื่องปรุงพิเศษ ที่เธอคิดสูตรขึ้นมา ผสมกับการกินกับชิมาอาจิ
ถ้าซูชิที่มีการ
แต่งรสชาติอยู่แล้วไม่ต้องจิ้ม เขาเรียกว่า เอโดะมาเอะซูชิ เป็นซูชิแบบเอโดะ
คือมีการ
แต่งเติมรสชาติอยู่แล้ว
แต่เธอบอกว่ามันมีการฟิวชันขึ้นมาอีก ก็คือมันมีการพัฒนามากกว่าซูชิธรรมดาอีกครับ
มีเรื่องราวสตอรี่แบบนี้ นี่แหละคือเคล็ดลับข้อที่สอง คือการใส่สตอรี่เข้าไปในอาหาร แล้วเล่าขึ้นมาว่า
แต่ละชิ้นมันหมายถึงอะไร ทำให้เราอยากกินมากขึ้น เคล็ดลับข้อที่สองครับ
(ภาษาญี่ปุ่น) (ฟูจิ) เห็นข้าวปั้นไหมครับ
มีสีขาวกับสีแดง เธอบอกว่าข้าวปั้นนี้เธอใช้น้ำส้มพิเศษ ซึ่งตั้งชื่อว่าเป็นน้ำส้มสีแดง ใช้เวลาหมักไว้ประมาณ 6 ปี
ดังนั้น จะเป็นรสชาติที่เธอบอกว่า เลือกใช้ให้เหมาะสมกับปลา
แต่ละชิ้น บางชิ้นเป็นข้าวสีขาว บางชิ้นก็เป็นข้าวที่ใช้น้ำส้มสายชูหมัก สีแดงนี่ละครับ
หมักนานหกปีเลย โอ้โฮ แสดงว่าพูดแล้วมันมีสตอรี่ แล้วทำให้เราอยากกินมากขึ้นไหมครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) แค่ฟังยังไม่ทันกิน ก็อร่อยแล้วนะคะ ซึ่งกว่าเธอจะมาถึงวันนี้ได้ เรื่องเล่าก็จะมีมากมาย แบบออกแนวดราม่าก็มีนะคะ (ภาษาญี่ปุ่น) มีสตอรี่ก็คือ
มีเรื่องราวสมัยตอนที่เธอเปิดร้านใหม่ ๆ ก็ไปซื้อกุ้ง ไปซื้ออะไร ก็ไม่มีใครขายให้ เขาบอกว่ามันเป็นสังคมของนักปั้นซูชิผู้ชาย ผู้หญิงไปซื้อจะไม่ขาย มีอย่างนี้ด้วยนะครับ
เพราะว่าคนที่ไม่น่าเชื่อถือไม่สามารถขายได้ เธอก็เลยซื้อไม่ได้ ก่อนหน้านี้เธอก็เลยต้องไปปรึกษาหัวหน้า ซึ่งเคยเป็นคนที่ปั้นมาก่อนและเป็นอาจารย์ ก็ให้คำแนะนำกันมา จนปัจจุบันนี้ซื้อได้ และก็ได้รับการยอมรับ และก็ได้รับความเอ็นดู ก็เลยทำให้ซื้อได้ นี่คือสตอรี่อีกเรื่องหนึ่งครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) กาลเวลาพิสูจน์ฝีมือนะคะ
แต่ว่าเป็นเชฟซูชิ
แบบที่ปั้นให้เห็น ๆ กันจะ ๆ แบบนี้ น่าจะต้องมีจิตวิทยาอื่น ๆ
ในการบริการลูกค้าด้วย เธอต้องทำอย่างไรถึงจะให้ลูกค้าพึงพอใจ ทั้งรสชาติอาหารและบริการ (ภาษาญี่ปุ่น) จริง ๆ แล้วมันลึกซึ้งกว่าที่เราคิดนะครับ
เธอจะคอยสังเกตว่าลูกค้าถนัดซ้าย
หรือถนัดขวาด้วย
ถ้าถนัดซ้ายก็จะมีวิธีการให้แบบไหน ไม่ให้ไปสะดุดมือซ้ายเขา หรือไม่ให้สะดุดมือขวาเขา แล้วเวลาดื่ม เวลาเคี้ยว เวลากินอยู่
จะพยายามไม่คุย ไม่อย่างนั้นจะต้องเคี้ยวไปด้วยคุยไปด้วย [เสียงเคี้ยว] อะไรประมาณนั้น มันยากนะ
เพราะฉะนั้นจะใส่ใจลึกซึ้งด้วย และก็บอกด้วยครับ
ว่า วิธีการพูดมันจะมีอยู่หลายแพทเทิร์น หนึ่งก็คือเรื่องอากาศ เรื่องความสุข เรื่องข่าวคราว เรื่องร่างกาย เราจะมีแพทเทิร์นในการถาม ทำให้ลูกค้าคุยแล้วสนุกด้วย แล้วก็วิธีการก็คือ มีการแสดงอาการที่ตื่นเต้น ตรงนี้คือศิลปะในการคุย ไม่ใช่ว่าเก่ง
แต่การปั้นซูชิอย่างเดียว ศิลปะในการคุยนี่สำคัญ แล้วก็รอยยิ้มหรือสีหน้า นี่ก็สำคัญอีกด้วย

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
ที่มองข้ามไม่ได้เลยนะคะ และเมื่อลูกค้าพอใจ
ทั้งอาหารและก็บริการแล้ว ความสำเร็จก็คงจะไม่ไปไหนเสียนะคะ
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นเชฟผู้ชายหรือว่าผู้หญิง การประสบความสำเร็จก็คงไม่ต่างกันค่ะ
นอกจากเรื่องการเป็นเชฟผู้หญิง แบบที่ใคร ๆ เขาไม่ค่อยจะทำกันแล้ว เราอยากรู้ว่า ความเป็นผู้หญิง ทำให้เธอต้องปรับตัวในการทำงาน ต่างจากผู้ชายอย่างไรบ้างคะ (ภาษาญี่ปุ่น) ความเท่าเทียมกันระหว่างผู้ชายกับผู้หญิง
ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ในสังคมญี่ปุ่นเป็นอย่างไร ก็คือประเทศญี่ปุ่น
คนที่ทำงานจะทำงานนานหลายชั่วโมง ลองคิดดูครับ
ว่า ผู้ชายยืนทำงาน
แต่ผู้หญิงจะอ่อนแอกว่า ก็คือเมื่อทำงานแล้ว
ผู้ชายย่อมมีพลังมากกว่า มีความสามารถในการทำงานได้นานกว่า ผู้หญิงจะยืนได้น้อยกว่า มีพลังในการทำงานได้น้อยกว่า หรือผู้หญิงจะต้องมีเวลาไปเลี้ยงลูกอีก
ดังนั้น ความอ่อนแอทางด้านเพศ
จะมีความแตกต่าง ผู้หญิงก็จะเป็นคนที่เสียเปรียบ วิธีการก็คือว่า ก็ใช้วิธีนี้ก็แล้วกัน ก็คือการไม่จำเป็นต้องทำงาน
ตั้งแต่เช้า ถึงเย็นตลอด มีการเปลี่ยนเวรกันก็ได้ เปลี่ยนเวรกันก็สามารถทำงานได้คล้ายกัน

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ตอนนี้ได้เวลาร้านเปิดแล้วค่ะ
ดูซิว่า จะมีลูกค้าเข้ามามากขนาดไหน (ภาษาญี่ปุ่น) นี่ครับ
เราคุยว่าอย่างไรรู้ไหม บอกว่าเราเปิดร้านมา เปิดมาเมื่อสักครู่นี้ ประมาณยังไม่ถึง 20 นาที ก็เต็มแล้ว
ถ้าไม่ได้จองคงจะลำบาก เราต้องย้ายมาอยู่มุมซ้ายเลยนะ แล้วไม่พอ ถามท่านว่ารู้จักที่นี่ได้อย่างไร ท่านบอกว่าดูจากอินเทอร์เน็ต คือ ไหน ๆ มาที่อากิฮาบาระแล้วนะครับ
ท่านบอกว่ามาจากจังหวัดมิเอะ ก็คือไกลจากที่นี่ประมาณ 700 กิโลเมตร เสิร์ชมาว่า
ถ้ามาที่อากิฮาบาระ มีร้านไหนที่โดดเด่น ก็ต้องมาร้านนี้สิ ก็เลยเต็มครับ
ด้านโน้นมาจากเกาหลีครับ
แล้วก็ตรงกลางน่าจะมาจากไต้หวัน และนี่ก็คือมาจากต่างจังหวัด ไม่ใช่คนโตเกียว

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) ลูกค้ามาจากที่ไกล ๆ กัน
ทั้งนั้นเลยนะคะ และมาเพราะรู้ในชื่อเสียงความแตกต่าง ของการมีเชฟซูชิเป็นผู้หญิงของร้านนี้ค่ะ
น่าดีใจมากเลยค่ะ
สวยงามขนาดนี้ ผมจะกินอะไรก่อนดี ต้องถ่ายรูปก่อน ถ่ายรูปก่อนดีกว่า ของที่จะกินวันนี้
คิดไม่ออกจะกินอะไรก่อนดี

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) อร่อยแท้แน่นอนกันไปค่ะ
จากความสำเร็จในการเปิดร้านซูชิของเธอมา 9 ปี แถมตอนนี้ยังเปิดสอนการทำซูชิด้วย
แต่ว่าเธอก็ยังมีความฝันอื่น ที่อยากจะทำให้ผู้หญิงด้วยกันอีกค่ะ
(ภาษาญี่ปุ่น) ที่ญี่ปุ่นนะครับ

ผู้หญิงจะทำงานได้ไม่ยาวนาน เพราะอะไรครับ
เพราะต้องเลี้ยงลูก ต้องกลับไปทำธุระที่บ้าน
ดังนั้นทำอย่างไร ก็คือว่าเธออยากจะเปิดร้าน แล้วจะหามุมเลี้ยงเด็กด้วย และเธอคิดต่ออีกว่า จะทำร้านอาหารที่มีการดูแลเด็ก คล้าย ๆ กับอนุบาลเด็ก แล้วก็คุณแม่ก็ทำงานได้ด้วย นี่คือการแก้ปัญหา ซึ่งอาจจะยังไม่ค่อยมี และต่อไป
ถ้าเธอทำสำเร็จ จะทำให้เกิดอะไรขึ้นครับ
จะทำให้ผู้หญิงที่ตกงานจะได้งาน และสามารถเลี้ยงลูกได้ด้วย ก็สามารถสร้างสังคมใหม่ขึ้นมาได้ครับ

[เสียงดนตรี]

(บรรยาย) น่าสนใจนะคะ ผู้ชายไม่เข้าใจ

แต่ผู้หญิงด้วยกันเข้าใจดีค่ะ
ว่าเมื่อต้องเลี้ยงลูก
แต่ในขณะที่ก็ต้องทำงานด้วย มันลำบากอย่างไร ก็ขอเอาใจช่วยให้เธอทำสำเร็จนะคะ แล้วเราก็ภูมิใจในพลังหญิงของเธอมากค่ะ

[เสียงดนตรี]

ถ้ามีแผนที่นี้ ก็ทำให้เราเดินตามหาในร้านที่เราอยากไปได้ ดูควันสิ เต้าหู้ที่ร้อน ๆ ครับ
ต้องลำเลียงเข้าปากก่อนครับ
(บรรยาย) พบกับดูให้รู้
ได้ใหม่ในครั้งหน้า กับเรื่องราวในญี่ปุ่น
ที่คุณไม่เคยเห็น ดูให้รู้ รู้ให้ลึก สวัสดีค่ะ

Related Post

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *